
ประเทศเล็กแต่การทูตใหญ่
ประเทศเล็กแต่การทูตใหญ่ : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
กรุงทิมภู-ภูฏานเป็นอาณาจักรเล็กๆ ตั้งอยู่บนยอดเขาหิมาลัย มีประชาชนแค่เจ็ดแสนกว่าคนก็จริง แต่มีนโยบายการทูตที่ยิ่งใหญ่ ลองคิดดู นายกรัฐมนตรีคนใหม่ นาเรนทรา โมดี ของอินเดีย ต้องเลือกมาเยือนประเทศนี้ก่อนใครเพื่อน เพื่อประกาศให้โลก (โดยเฉพาะประเทศจีน) รู้ว่า ดินแดนแห่งนี้อยู่ในอิทธิพลของอินเดีย ใครอย่ามาเตะเด็ดขาด
อินเดียถือภูฏานเป็นประเทศหน้าด่านตอนเหนือ ถือเป็นรัฐกันชนระหว่างจีนและอินเดียก็ว่าได้ ทางเหนือมีชายแดนติดต่อกับจีนยาวประมาณ 405 กิโลเมตร และเป็นแหล่งสำคัญที่ส่งออกไฟฟ้าจากพลังงานน้ำเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ให้แก่อินเดีย ถ้ามีประเทศที่สามเข้ามายุ่งเกี่ยวในสัมพันธ์ทวิภาคีอินเดีย-ภูฏาน ต้องเจอดีเพราะอินเดียยอมไม่ได้ อาจจะทำให้เกิดความไม่เสถียรขึ้นในเทือกเขาหิมาลัย
ในขณะนี้อิทธิพลจีนในเทือกเขาหิมาลัย รวมทั้งเอเชียใต้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนปาลหลังการเปลี่ยนแปลงจากระบอบกษัตริย์มาเป็นรัฐธรรมดาสิบกว่าปีที่ผ่านมา มีนโยบายที่เข้าหาจีนอย่างเต็มที่ ทำให้อินเดียต้องปรับนโยบายการทูตเป็นการใหญ่ ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น ศรีลังกา มัลดีฟส์ ก็มีความใกล้ชิดกับจีน เรียกได้ว่า ตอนนี้อินเดียถูกปิดล้อมโดยจีนในเอเชียใต้ หลังบ้านตัวเอง
รัฐบาลชุดก่อนของนายกรัฐมนตรี จิกมี ทินเล่ ซึ่งเป็นรัฐบาลชุดแรกของประเทศนี้ที่ผ่านการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อหกปีก่อน ต้องพ่ายแพ้การเลือกตั้งในปีที่แล้วให้ผู้นำฝ่ายค้านชื่อเชอร์ริ่ง ท็อปกี่ สาเหตุหลักคือ ก่อนการเลือกตั้งไม่กี่วัน อินเดียตัดเงินช่วยเหลือสนับสนุนราคาน้ำมันในภูฏาน ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ด่ารัฐบาล คะแนนเสียงหดหายไปทันที คนที่นี่ไปสนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งมีโยบายเป็นมิตรต่ออินเดียมากกว่า จนมีการวิพากษ์วิจารณ์กันกว้างว่าอินเดียเข้ามาแทรกแซงการเมืองภูฏานอย่างไม่เกรงใจใคร
ผู้เขียนรู้จักนายกรัฐมนตรีคนก่อน เคยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นเวลาสองชั่วโมงเมื่อสามปีก่อน ในเรื่องการต่างประเทศและสื่อมวลชน เป็นคนที่น่าสนใจ อยากเห็นภูฏาณมีบทบาทในเวทีการเมืองโลก โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับดัชนีวัดความสุขของประเทศนี้ เขาพยายามผลักดันให้ประเด็นนี้เข้าสู่วาระการประชุมขององค์การสหประชาชาติ แต่ไม่สำเร็จ
จิกมีเคยเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ประเทศเล็กๆ อย่างภูฏานจำเป็นต้องมีเพื่อนให้มากที่สุด โดยเฉพาะประเทศที่อยู่รอบๆ บ้าน ตั้งแต่ภูฏาณเป็นประเทศมีตัวตนมากว่าหนึ่งร้อยปี ยังไม่มีความสัมพันธ์กับจีน เขาจึงพยายามที่จะเปิดการเจรจากับจีน โดยเริ่มจากการพบปะกันอย่างไม่เป็นทางการในที่ประชุมในประเทศที่สามช่วงที่มีการประชุมสุดยอดสิ่งแวดล้อมในกรุงริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล
นโยบายนี้สร้างความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อรัฐบาลอินเดีย เพราะถือว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงกับอินเดียที่มีนานกว่าหกสิบปีที่ตอกย้ำว่าในเรื่องการป้องกันประเทศและการต่างประเทศ อินเดียจะเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของประเทศโดยเฉพาะในเรื่องความมั่นคง ฉะนั้นช่วงที่มีการปะชุมสุดยอดเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในประเทศบราซิลในเมืองริโอเดอจาเนโร การที่จิกมีไปแยแสกับจีน ทางอินเดียรับไม่ได้เด็ดขาด
นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่โมดีต้องไปเยือนภูฏานเพื่อให้แน่ใจว่า ทั้งสองประเทศนี้ยังมีมิตรภาพที่ดีและสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ก่อนที่โมดีจะเดินทางไปเยือนประเทศอื่นๆ ตั้งแต่นี้ต่อไป การทูตอินเดียต่อประเทศเพื่อนบ้านจะมีความเข้มข้นและจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการทูตต่อประเทศเพื่อนบ้าน คือประเทศในเอเชียใต้และอาเซียน ฉะนั้นไทยไม่ควรพลาดโอกาสที่จะพัฒนาสัมพันธ์กับอินเดีย พรรคปาติยะ จานาตะของโมดีมีแนวนโยบาย “Look East” อยู่แล้ว ตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีนามาสิงหะ เรา ในยุค 1990 ริเริ่มการทูตให้ความสนใจต่อประเทศในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ คงจำกันได้ อินเดียกับจีนได้ภาคยานุวัติกับสนธิสัญญาว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือพร้อมๆ กันในปี 2003 ถือว่าเป็นการทูต
ขณะนี้การค้าไปมาระหว่างจีนกับภูฏานที่เป็นทางการนั้นมีน้อยมาก มีแต่การค้าชายแดนเท่านั้นกับการลักลอบของหนีภาษี จึงไม่แปลกในร้านขายของทั่วไป มีของอุปโภคบริโภคเต็มไปหมด
รัฐบาลชุดใหม่ของนายกรัฐมนตรีเชอร์ริ่ง ท็อปกี่ ต้องระมัดระวังมากในการเข้าหาจีน อาจจะต้องรอสัญญาณจากรุงนิวเดลีว่า ถ้าการทูตเดินหน้าก้าวไกลกว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอินเดีย ย่อมเป็นไปไม่ได้



