คอลัมนิสต์

จัดระเบียบแบบยั่งยืน

จัดระเบียบแบบยั่งยืน

22 ก.ค. 2557

จัดระเบียบแบบยั่งยืน : บทบรรณาธิการประจำวันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2557

              วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2557 เป็นวันกำหนดนัด "เส้นตาย" ที่กรมการขนส่งทางบก ภายใต้นโยบายการจัดระเบียบสังคมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ประกาศว่าจะดำเนินมาตรการเด็ดขาดกับผู้ให้บริการรถตู้โดยสารผู้ทำผิดกฎหมาย ขณะที่ในต่างจังหวัด หน่วยทหารและขนส่งจังหวัด ก็กำลังดำเนินมาตรการจัดระเบียบการขนส่งรถโดยสารสาธารณะในจังหวัดนั้นๆ กันอย่างพร้อมเพรียง ในส่วนของกรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้ออกตรวจ และจับ บรรดาพ่อค้าแม่ขายทั้งหลายที่ยึดบาทวิถี ทางสาธารณะเป็นแหล่งประกอบกิจการ เล็กบ้างใหญ่บ้าง เริ่มตั้งแต่ถนนราชดำเนินกลางเมื่อหลายวันก่อนไปจนถึงถนนรามคำแหงที่ถูกยึดครองจองจับมาเป็นเวลานาน ทั้งหมดนี้ถ้าหากมองในทางลบก็ต้องบอกว่า ที่ผ่านมา สังคมไทยอยู่ในสภาพไร้ระเบียบแทบจะทุกหย่อมหญ้าเลยทีเดียว แต่ในทางกลับกัน ต้องถือว่า มาตรการจัดระเบียบ เป็นหนึ่งในหลากหลายวิธีที่จะกำจัด "เหลือบ" ให้หมดไปจากสังคมไทย

              กระนั้น ใช่ว่าบรรดาพ่อค้าแม่ขาย ปรารถนาหรือจงใจที่จะร่วมกันกระทำความผิด เย้ยกฎหมาย ไม่สนใจเทศบัญญัติ หากแต่สภาพความเป็นจริงทางสังคม ที่พวกเขายังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่การขายอย่างเป็นธรรม ได้ผลักดันให้พวกเขาออกมาสู่ท้องถนนในลักษณะไร้ศักยภาพในการแข่งขันหรือต่อรองใดๆ กับพื้นที่ตลาดที่ถูกผูกขาดไว้ด้วยระบบทุน นับตั้งแต่ตลาดนัด ตลาดให้เช่าพื้นที่ ขึ้นไปจนถึงซูเปอร์มาร์เก็ต ขณะเดียวกัน ภาวะกดดันในสัมมาชีพ ได้กลายเป็นแรงผลัก ให้พวกเขาต้องยอมเสี่ยงทำผิดกฎหมายกันทุกวี่วัน ปรากฏการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นสืบเนื่องมาอย่างช้านาน และก็เป็นที่ทราบกันดีว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐบางคนฉกฉวยเอาความทุกข์ยากของคนหาเช้ากินค่ำ เรียกรับผลประโยชน์ในรูปของ "ส่วย" ซึ่งก็เคยถูกจับกุมดำเนินคดีกันมาแล้วหลายราย แต่ก็เหมือนจะไม่มีวันหมดไป ตราบที่ยังมีผู้ค้าริมทางและผู้ด้อยโอกาส   

              ทั้งกรณีรถตู้โดยสาร รถสาธารณะทุกประเภท และบรรดาผู้ค้าขายในที่สาธารณะ ทุกวันนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงจรทุจริตคอร์รัปชั่นไปเสียแล้ว ที่น่าวิตกยิ่งก็คือ พวกเขาได้เรียนรู้การจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่อย่างช้าๆ จากรุ่นสู่รุ่น จนการฉ้อราษฎร์บังหลวงในระดับรากหญ้ากำลังจะกลายเป็นวัฒนธรรมไปเสียแล้ว ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าการดำเนินมาตรการจัดระเบียบดังกล่าวมานี้ จะบูรณาการแก้ปัญหาและจัดวางกฎกติกาให้สามารถกำจัดฝูงเหลือบให้หมดสิ้นไป และเปิดทางให้คนทำมาหากินไม่ต้องควักจ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชาให้แก่เจ้าหน้าที่อีกต่อไปได้หรือไม่ เพราะถึงอย่างไรก็เชื่อได้แน่ว่า ไม่มีสุจริตชนคนไหน อยากจะทำมาค้าขายโดยฝืนกฎหมายและละเมิดสิทธิของผู้อื่นอีกต่อไป

              ในสภาพความเป็นจริงของสังคมเมืองปัจจุบันนี้ พื้นที่ถูกถือครองไปเพื่อการทำมาค้าขายกำลังถูกรุกคืบผูกขาดจากอำนาจทุนมากขึ้นทุกขณะ ผู้ค้ารายย่อย ไม่มีทุนเพียงพอที่จะเช่าพื้นที่เพื่อทำการค้าได้ แม้แต่ตลาดนัดของคนระดับรากหญ้าทุกวันนี้ก็ถูกผูกขาดทั้งสิ้น เช่นนี้แล้ว การจัดระเบียบผู้ค้าตามถนนหนทางต่างๆ จะสัมฤทธิ์ผลได้ โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่คนหาเช้ากินค่ำแล้ว ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจะต้องจัดหาสถานที่ที่เหมาะสมให้พวกเขาได้ทำมาค้าขายในราคาที่เป็นธรรมต่อไปได้ด้วย เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว เผลอเมื่อไร ความไร้ระเบียบก็จะกลับมาทันที