คอลัมนิสต์

ปฏิรูปเลือกตั้งอปท.

ปฏิรูปเลือกตั้งอปท.

21 ก.ค. 2557

ปฏิรูปเลือกตั้งอปท. : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2557

                พิจารณาในด้านดี กับคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้ชะลอการเลือกตั้งองค์กรปกครองและสภาท้องถิ่นเอาไว้ก่อนนั้น หากเป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ให้คำอธิบายตามมาเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม ก็ย่อมเป็นที่เข้าใจกันได้ว่า เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว ก็จะคืนสิทธิเสรีภาพในการเลือกผู้นำระดับรากหญ้าให้สังคม แต่ที่ต้องชะลอการเลือกตั้งเอาไว้ก่อน เพราะไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย ซึ่งโดยนัยก็คือ การได้มาซึ่งผู้นำท้องถิ่น จะยังคงอยู่ภายใต้กรอบของการเลือกตั้งต่อไป หากแต่สิ่งที่สภาปฏิรูป ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้านี้ จะต้องพิจารณาใคร่ครวญก็คือ จะใช้โอกาสตรงนี้ปฏิรูปการปกครองในระดับรากหญ้าได้อย่างไร เพราะจะว่าไปแล้ว การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์การบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรท้องถิ่นได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรมมากเพียงพอ

                ถ้าหากโฟกัสการเลือกตั้งท้องถิ่น ทั้งสภาท้องถิ่น องค์การบริหรส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ล้วนมีข้อครหามาตลอดว่า เงินหรือผลประโยชน์อื่นใดเข้าไปมีบทบาทอย่างมาก หรือพูดอีกอย่างก็คือ แทนที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจะเป็นต้นแบบการปกครองตนเองตามระบอบประชาธิปไตย กลับกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะการซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดยเฉพาะการเลือกตั้งอบต.บางแห่งที่คะแนนเลือกตั้งแพ้ชนะกันแค่หลักร้อย หรือหลักสิบเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ยิ่งเปิดโอกาสให้ผู้สมัครที่คิดคด ซื้อเสียงกันอย่างง่ายดาย จนกล่าวกันว่า เลือกตั้ง อบต.ใช้เงินซื้อรายหัวมากกว่าเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียอีก เพราะถ้าต้องการชนะด้วยคะแนนสักร้อยเสียง ลงทุนจ่ายหัวละ 1,000 บาท ใช้เงินเพียง 100,000 บาท ก็ได้รับเลือกตั้งแน่นอนแล้ว

                บทบาทของ "หัวคะแนน" มีความสำคัญยิ่งสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. ในอดีต พวกเขาจะอาศัยผู้นำท้องถิ่น ที่มีอิทธิพลโน้มน้าวประชาชน ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม โดยเฉพาะการกระจายอำนาจการปกครองด้วยการเลือกตั้งผู้นำท้องถิ่นนั้น ยังมีช่องว่างให้เกิดการซื้อสิทธิ์ขายเสียงขึ้น จนในที่สุดนักการเมืองท้องถิ่นก็กลายเป็นเครือข่ายของนักการเมืองระดับชาติ เพราะมีคะแนนเสียงอยู่ในมืออย่างเป็นกอบเป็นกำ ถ้าหากพวกเขาไม่ขยับขึ้นมาเล่นการเมืองระดับชาติในลำดับต่อไปแล้ว การได้รับการสนับสนุนจากส.ส.ทั้งในด้านงบประมาณและโครงการพัฒนาต่างๆ ที่ทำให้เครือข่ายของนักการเมืองท้องถิ่นได้รับผลประโยชน์ ก็เท่ากับเป็นการสร้างระบบอุปถัมภ์ระดับรากหญ้าให้แข็งแกร่งยิ่งๆ ขึ้นอีก

                กับคำกล่าวที่ว่า การรัฐประหารครั้งที่ผ่านมา เป็นกิจกรรมที่ "สูญเปล่า" เพราะเป็นการยึดอำนาจการปกครองมาจากพลเรือนเท่านั้น หากแต่ไม่ได้ปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ เพื่อระงับยับยั้งระบอบคณาธิปไตยที่กำลังเติบใหญ่ภายใต้ทุนนิยม ประชานิยม และการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกระดับ ทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาส เมื่อ คสช.เปิดช่องทางของการปฏิรูปประเทศขึ้นในทุกๆ ด้านแล้ว จึงหวังว่า สภาปฏิรูปจะให้ความสำคัญกับวิธีการจัดการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น เพราะขจัดต้นตอของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และเป็นต้นธารของการโกงบ้านกินเมืองให้หมดสิ้นไปด้วย เพราะถ้าทำไม่สำเร็จตั้งแต่ระดับรากหญ้าขึ้นมาแล้ว โอกาสที่จะปฏิรูปการเมืองก็นับเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญยิ่ง

 

.......................

 

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก www.isranews.org)