
ใช้โอกาสจัดระเบียบอปท.
ใช้โอกาสจัดระเบียบอปท. : บทบรรณาธิการประจำวันที่17ก.ค.2557
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกประกาศฉบับที่ 85/2557 ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว เนื่องจากในปัจจุบันมีสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นหลายแห่งครบวาระหรือว่างลง หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ แต่ปัจจุบันยังไม่อาจจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ จึงให้ใช้วิธีการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถผ่านทางคณะกรรมการสรรหาเห็นสมควร โดยอย่างน้อย 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่นทั้งหมด ต้องเป็นข้าราชการหรือเคยเป็นข้าราชการ ในระดับ 8 หรือเทียบเท่าขึ้นไป โดยให้คำนึงถึงพฤติกรรม คุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และความเป็นกลางทางการเมืองเป็นที่ประจักษ์ของผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกด้วย
สำหรับการปกครองส่วนท้องถิ่น คือหน่วยงานปกครองที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดรูปแบบหนึ่ง โดยปกติการปกครองส่วนท้องถิ่นจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกตั้งผู้แทนของตนเข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้บริหารท้องถิ่นหรือเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น เพื่อเลือกผู้บริหารท้องถิ่นอีกชั้นและจะมีอำนาจอิสระในการบริหารจากรัฐได้ในระดับหนึ่งตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ซึ่งที่ผ่านมาการพัฒนาองค์กรปกครองท้องถิ่นของไทยได้รับความเปิดกว้างทั้งแง่อิสระการบริหารและงบประมาณการบริหาร โดยหลายพื้นที่สามารถพัฒนาจนสร้างความเจริญให้แก่ท้องถิ่นอย่างมาก แต่ก็มีจำนวนอีกไม่น้อยที่เป็นแหล่งถูกผูกขาดจากกลุ่มทุนท้องถิ่นและเครือข่ายนักการเมืองระดับจังหวัดที่เข้ามาใช้เป็นช่องทางรวบอำนาจและแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. อย่าง นายวิชา มหาคุณ ได้ระบุว่าการจัดซื้อจัดจ้างของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาล เป็นแหล่งหาเงินแหล่งใหญ่ เนื่องจากปัจจุบันงบประมาณแผ่นดินลงไปสู่ท้องถิ่นเป็นจำนวนมากที่สุด ถ้าใครพยายามเข้าไปแข่งขันโดยที่ไม่ใช่พวกเขา ความตายจะเข้ามาถึงคนคนนั้นเพราะคนในระดับท้องถิ่นถูกวางตัวไว้โดยคนระดับชาติเพื่อให้หาเงินขึ้นมา นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ก็ออกมาระบุด้วยว่าเรื่องร้องเรียนความไม่โปร่งใสขององค์กรปกครองท้องถิ่นที่เข้ามาสู่หน่วยงานมีจำนวนมากมาย เป็นเครื่องยืนยันถึงการคอร์รัปชั่นในระดับท้องถิ่นที่หากนับรวมแล้วในแต่ละปีก็มีตัวเลขมหาศาล
ในห้วงที่การปกครองส่วนท้องถิ่นจากการเลือกตั้งต้อง "ชะงักชั่วคราว" เพื่อเปิดทางไปสู่การปฏิรูปประเทศในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ จึงนับว่าเป็นโอกาสที่จะปัดกวาดบ้านตัวเอง แก้ไขปัญหาและวางระบบตรวจสอบถ่วงดุลไม่ให้ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นและเครือข่ายการเมืองครอบครองอำนาจแสวงหาผลประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน ในขณะเดียวกันองค์กรปกครองท้องถิ่นเฉพาะกิจที่ คสช.มีคำสั่งประกาศนั้นก็จำเป็นต้องรับฟังเสียงจากประชาชนในพื้นที่เช่นกัน เพราะเป็นช่องทางรับฟังเสียงสะท้อนความทุกข์และความต้องการของคนท้องถิ่นโดยตรง และเมื่อโรดแม็พของ คสช.สามารถบรรลุเป้าหมายควบคู่ไปกับการกระจายอำนาจบริหารจัดการตัวเองของท้องถิ่นด้วยความโปร่งใส จะทำให้เงินงบประมาณทุกบาททุกสตางค์เกิดประโยชน์กับคนไทยอย่างแท้จริง



