คอลัมนิสต์

ปลดประภัสร์-ปลดล็อกปัญหารถไฟไทย?

ปลดประภัสร์-ปลดล็อกปัญหารถไฟไทย?

14 ก.ค. 2557

ขยายปมร้อน : ปลดประภัสร์-ปลดล็อกปัญหารถไฟไทย? : โดย...ขนิษฐา เทพจร

 
                            คำสั่ง คสช.ที่ 89/2557 สั่ง “ประภัสร์ จงสงวน” ให้พ้นจากผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของคนหมู่ส่วนใหญ่ในสังคม ที่ต้องการให้ “ประภัสร์” แสดงสปิริต “ลาออก” เพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์อันโศกสลด ที่เกิดขึ้นกับเด็กสาววัย 13 ปี บนรถไฟ ขบวนที่ 174 สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ ด้วยน้ำมือของพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)
 
                            แม้คำสั่งปลดสามารถลดกระแสยี้ผู้บริหารองค์กรที่ไร้ธรรมาภิบาล และสร้างคะแนนนิยมให้ คสช. ที่ใช้อำนาจเด็ดขาดกับผู้บริหารที่ดื้อด้านได้ แต่สังคมอีกด้านยังสงสัย คือ จะเป็นวิธีแก้ปัญหาได้เบ็ดเสร็จหรือไม่?
 
                            หากตั้งต้นพิจารณาถึงแก่นปัญหา จากเหตุสะเทือนขวัญบนรถไฟ ขบวนที่ 174 จะพบว่าอยู่ที่ตัวบุคลากรที่บกพร่อง-ไม่รับผิดชอบ คือ ไม่ห้ามพนักงาน ร.ฟ.ท. ซึ่งมีหน้าที่อำนวยความสะดวก ดื่มของมึนเมาระหว่างปฏิบัติงาน ละเลยการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร และพบการใช้เส้นสายของพนักงานระดับสูงเอื้อให้คนใกล้ชิดที่ไม่ผ่านการตรวจร่างกาย-สุขภาพจิตให้เข้าทำงาน แม้จะมีระเบียบ ร.ฟ.ท.ว่าด้วยการตรวจร่างกายผู้สมัครงานและผู้ปฏิบัติงานใน ร.ฟ.ท.ก็ตาม
 
                            แม้ล่าสุด “ทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ" ผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ ร.ฟ.ท. จะออกมาให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการความปลอดภัย อาทิ จัดพนักงานตรวจบนขบวนรถไฟยามวิกาลหลังเวลา 22.00 น., ตั้งคณะทำงานตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดพนักงานขบวนรถ ก่อนขึ้นปฏิบัติหน้าที่ ณ สถานีหัวลำโพง, ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งในสถานีและบนขบวนรถไฟ รวมถึงห้ามผู้โดยสารดื่มสุราบนขบวนรถไฟ และเตรียมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุแบบระยะยาว เช่น จัดขบวนรถนอนชั้น 2 เฉพาะสตรีและเด็ก
 
                            แต่ปัญหาสะสมใน ร.ฟ.ท.ยังมีมากกว่านั้น และทุกส่วนล้วนเกี่ยวโยงกันเป็นปมก้อนใหญ่ โดยในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 128 ตอนพิเศษ 43 เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 ได้ลงการตอบกระทู้ถามที่ 463 ร. เรื่อง ปัญหาการขาดทุนของ ร.ฟ.ท. ของนายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ตั้งคำถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยสมัยนั้น “นายโสภณ ซารัมย์" นั่งปฏิบัติหน้าที่ สาระสำคัญได้ระบุถึงปัญหาใน ร.ฟ.ท.ไว้ว่า 1.การขาดทุนสะสมต่อเนื่อง และขาดความสามารถในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากมีภาระด้านการลงทุนและบำรุงโครงสร้างพื้นฐาน ระบบอาณัติสัญญาณ สถานีและการจัดการเดินรถสูง 2.ขาดระบบฐานข้อมูลและการประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ 3.ขาดความพร้อมด้านอุปกรณ์ปฏิบัติงาน เช่น รถจักร, อาณัติสัญญาณ ที่มีสภาพการใช้งานมานาน, เส้นทางรถไฟที่มีทางตัดเสมอทางระดับทำให้มีความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุและส่งผลต่อการเสียเวลาของการเดินรถ, ปัญหาการให้บริการเชิงสังคมที่มีอัตราค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุน
 
                            ดังนั้นผู้บริหารองค์กรหลายๆ ชุดได้เน้นการแก้ปมขาดทุนเป็นหลัก อย่างในแผนปฏิบัติการประจำปี 2556 ของร.ฟ.ท.ที่จะระบุถึงวิสัยทัศน์ที่เน้นการบริการที่สะดวก ตรงเวลา และปลอดภัย และรายละเอียดตามยุทธศาสตร์กับการขยายความปลอดภัยนั้น คือ เน้นสร้างรายได้จากการเดินรถเพิ่ม มุ่งสร้างคุณภาพการให้บริการ โดยวัดจากความพอใจของผู้ใช้บริการในเรื่องความตรงต่อเวลาและด้านอุบัติเหตุ และเพิ่มการตรวจสอบและเดินรถอย่างปลอดภัยและตรงเวลา พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการซ่อมบำรุง หาใช่เป็นข้อกำหนดเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสาร เหมือนต่างประเทศที่ยกมาตรการความปลอดภัยของประชาชนที่โดยสารรถไฟสำคัญกว่าการมุ่งเน้นผลกำไร
 
                            ประเทศไทยยกการเดินทางโดยรถไฟเป็นบริการภาคขนส่งที่ปลอดภัยอันดับ 1 แต่นั่นเป็นตัววัดสถิติอุบัติเหตุต่อปีเท่านั้น ยังไม่นับอัตราการก่ออาชญากรรม ดังนั้นถึงเวลาที่ ร.ฟ.ท.ควรจัดลำดับความสำคัญในแง่การให้บริการเสียที อย่าปล่อยให้มีคนตายซ้ำอีก แล้วค่อยมาล้อมคอก
 
 
 
 
------------------------
 
(ขยายปมร้อน : ปลดประภัสร์-ปลดล็อกปัญหารถไฟไทย? : โดย...ขนิษฐา เทพจร)