คอลัมนิสต์

รธน.ต้องตอบโจทย์คนไทย

รธน.ต้องตอบโจทย์คนไทย

13 ก.ค. 2557

รธน.ต้องตอบโจทย์คนไทย : บทบรรณาธิการประจำวันที่13ก.ค.2557

               การปฏิรูปประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีความชัดเจนขึ้นมาอีกลำดับ หลังการดำเนินการสร้างความปรองดองของคนในชาติในหลายพื้นที่เริ่มมีความกระชับขึ้น เห็นเค้ารางของความรักความสามัคคีในหมู่คณะหลังการสลายขั้วสี ทั้งกิจกรรมร่วมกันระหว่างคนในชาติกับเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้สร้างสภาวะแวดล้อมสู่การปฏิรูป เพื่อลดความขัดแย้งลง มีการพบปะพูดคุยกัน ระบายความคิดเห็นได้บ้าง รวมถึงการลดความรุนแรง เห็นได้จากการทลายแหล่งอาวุธ แหล่งอบายมุขในหลายพื้นที่ รวมถึงการจัดระเบียบในองค์กรต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนชาติ หากเราสร้างความปรองดองกันไม่ได้ก็จะไปปฏิรูปประเทศกันได้อย่างไร เพราะฉะนั้นต้องหาทางออกจากความขัดแย้งให้ได้ก่อน จากทุกพวกทุกฝ่าย

               คณะรักษาความสงบแห่งชาติประกาศเดินหน้าโรดแม็พในระยะที่สอง ให้ทุกภาคส่วนของสังคมจัดเตรียมตัวแทนเพื่อไปสมัครเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป โดยจะมีกระบวนการคัดสรรที่กำหนดไว้แต่เดิมประมาณ 11 กลุ่ม น่าจะประมาณ 550 คน และต้องไปเพิ่มเติมในส่วนของการคัดเลือกจากจังหวัดต่างๆ ด้วย เพื่อเป็นผู้แทนจังหวัด ประมาณจังหวัดละ 5 คน รวมเป็น 380 คน ก่อนคัดเลือกเหลือจังหวัดละคน หรือ 76 คน โดยจะนำไปรวมกับกลุ่มปฏิรูปที่รับสมัครจากทั่วไปอีก 11 กลุ่ม 550 คน รวม 630 คน แล้วคัดสรรให้เหลือไม่เกิน 250 คน และแบ่งกลุ่มต่างๆ ให้ได้ทั้ง 11 กลุ่ม กลุ่มไหนมากไปก็ต้องเฉลี่ยไปยังกลุ่มอื่นๆ ด้วย เพื่อดำเนินการปฏิรูปก่อนนำเสนอสู่ที่ประชุมของสภาปฏิรูปเป็นมติออกมา สุดท้ายเสนอไปยังสภานิติบัญญัติส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็เสนอไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับถาวร

               พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เชื่อมั่นว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะรับข้อมูลจากทั้ง 2 สภาปฏิรูป สภานิติบัญญัติ โดยรวบรวมปัญหา ข้อขัดข้องต่างๆ ที่เป็นความขัดแย้งมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข จัดทำ และประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวร เพื่อจะนำไปใช้ในการเลือกตั้งในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชอบธรรมและเป็นธรรมแก่ทุกพวกทุกฝ่าย เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันอีกต่อไปในอนาคต เราจึงเห็นว่า ช่วงเวลาระยะที่ 2 เป็นระยะเวลาที่มีความสำคัญยิ่งกับประเทศชาติและประชาชนในอนาคตของเรา ขณะที่ไทม์ไลน์ในการปฏิรูปประเทศครั้งนี้มีไม่มากนัก ราวปีเศษตามที่ได้ประกาศโรดแม็พไปแล้ว

               จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ทุกภาคส่วน ทุกฝ่าย จะต้องลดอัตตาลง หันมาร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาทุกอย่าง ทุกด้าน เพราะมันไม่ใช่แค่การปฏิรูปในเชิงตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่ยังต้องปฏิรูปกันในระดับลึกลงไปถึงอุดมคติของชาวบ้าน รวมถึงจิตสำนึกผู้นำองค์กร ทุกคนกลัวว่า วันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นอีกหากการปฏิรูปยังเกิดขึ้นไม่ได้ จะมีการต่อต้าน มีความขัดแย้ง มีความวุ่นวายเกิดขึ้นอีก เฉกเช่นเดียวกันหากรัฐธรรมนูญที่ออกมาไม่สามารถตอบโจทย์ในทุกๆ ด้านให้แก่สังคมไทย ทั้งเรื่องการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นต้น เราต้องคิดว่า จะทำอย่างไรจึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติในอนาคต แม้จะมีความเห็นต่างก็ตาม จึงต้องเตรียมการวันนี้ให้พร้อม