
ผลิต'ยูเอวี'ขึ้นลงทางดิ่งอีกผลงานวิจัย'สวพ.ทร.'
ผลิต'ยูเอวี'ขึ้นลงทางดิ่ง อีกผลงานวิจัย'สวพ.ทร.' : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พล.ร.ต.ไพฑูรย์ ประสพสิน ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ (ผอ.สวพ.ทร.) เป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาร่วมวิจัยโครงการวิจัยและพัฒนาอากาศยานไร้นักบิน ขึ้น-ลงทางดิ่ง ระยะที่ 2 ณ ห้องชมวัง อาคารราชนาวิกสภา (หลังใหม่) ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ร่วมลงนาม ได้แก่ พ.อ.ผศ.ทวิวัชร วีระแกล้ว รองผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และนายพจน์ บุญดวงประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท เสรีสรรพกิจ จำกัด
โดยมี พล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม เป็นประธานกรรมการบริหารโครงการ พล.ร.ต.ไพฑูรย์ ประสพสิน ผอ.สวพ.ทร. เป็นผู้อำนวยการโครงการ น.อ.วรพล ทองปรีชา รองผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพเป็นนายทหารโครงการ และ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ เป็นที่ปรึกษาโครงการ
ที่มาของโครงการเกิดขึ้นเมื่อกองทัพเรือได้อนุมัติให้สวพ.ทร. ดำเนินโครงการวิจัยร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) บริษัท เสรีสรรพกิจ จำกัด และบริษัท กษมาเฮลิคอปเตอร์ จำกัด โดยมีพิธีลงนามเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2554
ผลการดำเนินการระยะที่ 1 สามารถออกแบบสร้าง "ต้นแบบอากาศยานไร้นักบินแบบปีกหมุน" พัฒนาระบบควบคุมการบินอัตโนมัติ ระบบควบคุมการบินภาคพื้น ระบบควบคุมชุดกล้องตรวจการณ์ และอุปกรณ์ภาคพื้นสำหรับสนับสนุนการขึ้น - ลง บนเรือขนาดเล็ก ทำการบินทดสอบขั้นต้น และส่งมอบผลงานให้กับสทป. เรียบร้อยแล้ว
ทว่า อากาศยาน และระบบต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นผ่านการทดสอบเพียง "ขั้นตอนเบื้องต้น" ว่าสามารถบินได้จริง ควบคุมการบินได้ตามที่กำหนดความต้องการไว้ ถือว่าการวิจัยประสบความสำเร็จในขั้นพิสูจน์ความถูกต้องของแนวคิด (Proof of Concept) ในการออกแบบ และต่อเชื่อมระบบ แต่ยังไม่เคยผ่านการทดสอบ/ทดลองอย่างเต็มระบบ
ทั้งนี้ หากต้องการนำมาใช้งานทางยุทธการตามเป้าหมายผลงานวิจัยนี้ต้องผ่านการทดสอบทางใช้การ (Operational Test) ทดสอบในสนาม (Field Test) และปรับปรุงพัฒนาเพื่อแก้ไขจุดอ่อนจนอากาศยาน และระบบต่างๆ มีความเสถียร เชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการใช้งาน รวมทั้งทำแบบรายละเอียดสำหรับการผลิตซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลา และทุนวิจัยต่อไป
สทป.จึงได้สนับสนุนการวิจัยต่อไปอีก 12 เดือน ซึ่งจะมีการ "ทดสอบต้นแบบ" ในสิ่งแวดล้อมเหมือนการใช้งานจริง เพื่อนำผลการทดสอบมาปรับปรุงชิ้นส่วนต่างๆ ให้คงทนแข็งแรงยิ่งขึ้น ปรับปรุงระบบควบคุมให้ง่ายกับผู้ใช้งานระดับผู้ปฏิบัติ และแก้ไขจุดอ่อนที่อาจพบจากการทดลองในสภาวะเหมือนการใช้งานจริง
ผลผลิตของโครงการวิจัยจะได้ต้นแบบอากาศยานไร้นักบินขึ้น - ลงทางดิ่ง 1 ระบบ ประกอบด้วย อากาศยานไร้นักบินขึ้น - ลงทางดิ่ง อย่างน้อย 2 ลำ ระบบควบคุมภาคพื้นจำนวน 1 ชุด พร้อมอุปกรณ์การถ่ายภาพจำนวน 1 ชุดที่มีคุณลักษณะ ดังนี้
1. รัศมีปฏิบัติการไม่น้อยกว่า 50 กิโลเมตร ปฏิบัติการได้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง เพดานบินสูงสุดไม่น้อยกว่า 2,000 ฟุต 2. มีความเร็วเดินทางไม่น้อยกว่า 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 3. ความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 4. สามารถติดตั้ง Payload เป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพที่สามารถถ่ายภาพได้ทั้งกลางวัน - กลางคืน โดยมีน้ำหนักบรรทุกไม่น้อยกว่า 2 กิโลกรัม
ผอ.สวพ.ทร. ระบุว่า อากาศยานไร้นักบินขึ้น-ลง ทางดิ่ง ดังกล่าวจะมีส่วนช่วยอย่างมากสำหรับหน่วยเรือที่ปฏิบัติงานในทะเลในการตรวจสอบภาพเป้าหมายเพื่อการพิสูจน์ทราบอย่างถูกต้องแม่นยำ
นอกจากนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับหน่วยกำลังทางบก ไม่ว่าจะเป็นการตรวจกระสุนตก สำหรับหน่วยทหารปืนใหญ่ การบินลาดตระเวนเส้นทาง การเฝ้าตรวจพื้นที่สนามบิน ที่ตั้งหน่วยทหาร การตรวจพื้นที่ต้องสงสัย ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติงานของหน่วยกำลังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความปลอดภัยขึ้นอย่างมาก
ทั้งนี้ นอกจากการใช้งานทางทหารแล้ว อากาศยานยังสามารถนำมาใช้งานในภาคพลเรือน เช่น การถ่ายภาพทางอากาศ การสำรวจพื้นที่ การช่วยเหลือภัยพิบัติต่างๆ ได้อย่างดีอีกด้วย
.................
(หมายเหตุ : ผลิต'ยูเอวี'ขึ้นลงทางดิ่ง อีกผลงานวิจัย'สวพ.ทร.' : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)



