คอลัมนิสต์

ปอกเปลือก...ถามหาตัวตนตำรวจไทย

ปอกเปลือก...ถามหาตัวตนตำรวจไทย

09 ก.ค. 2557

ปอกเปลือก...ถามหาตัวตนตำรวจไทย : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

                  เปลือกที่แข็งจะทำหน้าที่ห่อหุ้มตัวตนที่อ่อนแอมิให้ถูกกระทบหรือได้รับอันตรายจากสิ่งคุกคามภายนอก อีกทั้งยังทำหน้าที่ปิดบังอำพรางมิให้ผู้ใดได้ล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงอีกด้วย...นี่คือการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตเพื่อให้สามารถมีชีวิตรอด....ดังนั้น เปลือกจึงไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่ของแท้ หากตำรวจไทยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างตัวตนให้มีความรู้ ความสามารถ เข้มแข็ง ทั้งทางปัญญาและประสบการณ์การทำงานที่เข้มข้น โชกโชนนั้น การสร้างเปลือกก็ไม่น่าจะมีความสำคัญมากมายนัก

                  ดังนั้น นอกเหนือจากการส่งเสริมให้คนทำงานให้ความสำคัญต่อการทำงานตามหน้าที่ด้วยความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงด้วยความขยันหมั่นเพียรอย่างต่อเนื่อง ทั้งต่อหน้าและลับหลังตลอดเวลาแล้วนั้น สื่อมวลชนและผู้คนที่เกี่ยวข้องทั้งหลายในสังคมไทยนี้ จึงควรอย่างยิ่งที่จะตระหนักและระมัดระวังต่อการเข้าไปมีส่วนร่วมในการสร้างฉากหรือเปลือกที่ปิดบังอำพรางตัวตนที่แท้จริง หรือสร้างตัวตนใหม่ที่หาใช่ตัวตนที่แท้จริงไม่ของตำรวจ...จนกระทั่งคนในสังคมพากันเข้าใจผิดหลงคิดว่า ผู้ที่ปรากฏอยู่ในกระแสการสื่อสารทางสังคมเหล่านั้นคือพระเอก คือคนทำงานเพื่อประชาชน เพื่อองค์กร เพื่อประเทศชาติ...แต่แท้ที่จริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ !

                  การกระทำดังกล่าวนอกจากจะส่งเสริมให้คนที่ไม่ได้ทำดีได้หน้าแล้วนั้น ยังทำให้คนที่ทำดี ตั้งใจทำงานที่อยู่เบื้องหลังการโชว์เหล่านั้นพลอยหดหู่ อดสังเวชใจไม่ได้

                  ฤาเป็นเพราะว่า ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานในโลกของตำรวจล้มเหลวมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ดังจะเห็นได้จากผลงานที่มาจากการทำงานอย่างทุ่มเทด้วยความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่นั้น มิได้ถูกผูกโยงกับความเจริญก้าวหน้าและผลตอบแทนที่ได้รับในทิศทางเดียวกัน ความล้มเหลวของระบบเช่นนี้ ทำให้ตำรวจกลายพันธุ์เป็นดาราจอแก้ว...ใช้วิธีการต่างๆ นานาเพื่อนำเสนอให้ผู้มีอำนาจและสังคมเห็น "หน้า” ให้มากที่สุด...เพื่อสร้างการจดจำตามหลักการประชาสัมพันธ์ การสื่อสารทางสังคม

                  ภาพใบหน้านายตำรวจ...ประกอบข้อความต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่ตามริมทาง ซึ่งบ่อยครั้งแสดงท่าทางที่ไม่แตกต่างจากดาราหรือพรีเซ็นเตอร์กลายเป็นวัฒนธรรมในการทำงานในโลกของตำรวจที่ผู้คนในสังคมเริ่มคุ้นชิน

                  ลีลาการแถลงข่าวเริ่มมีสีสันที่มากขึ้น จากเดิมที่เคยยืน หรือนั่งตัวแข็ง อยู่ใกล้กับผู้ต้องหาโดยมีลูกน้องยืนเป็นฉากหลัง ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีใครรวบรวมข้อมูลที่แท้จริงว่า ตัวเลขจำนวนผู้ต้องหาที่นำมาแถลงข่าวนั้นมีผลการตัดสินคดีอย่างไร...แต่สังคมรับทราบไปแล้วว่า...พระเอกหน้าจอนี้แสนเก่ง

                  ไม่เคยมีใครตั้งคำถามว่า พระเอกหน้าจอเหล่านี้หรือ ที่เป็นผู้สืบจับ ปราบปรามยาเสพติดที่แท้จริง?

                  พระเอกหน้าจอเหล่านี้หรือที่เป็นผู้ปราบปรามผู้ก่ออาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน?

                  และที่สำคัญ พระเอกหน้าจอเหล่านี้...ได้ทำอะไรให้แก่ลูกน้องและเพื่อนร่วมทีมของพวกเขาบ้างหรือไม่?

                  ประชามติ หรือเสียงตอบรับจากสังคมที่มีต่อตำรวจอันเกิดขึ้นจากการที่ประชาชนคนไทยไม่ได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงถึงกลไกการทำงานในโลกของตำรวจ วิถีการทำงานของตำรวจ ความสัมพันธ์ระหว่างกันของเหล่าบรรดาตำรวจต่างยศต่างศักดิ์ต่างหน้าที่...จึงเป็นสิ่งที่สร้างการรับรู้ที่อาจไม่ตรงตามความเป็นจริง เพราะว่าสิ่งที่ประชาชนเห็นนั้น เป็นเสมือนภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้น

                  สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ หากผู้มีอำนาจในการให้คุณให้โทษตำรวจเองกลับหลงเชื่อ ติดกับดักการสร้างภาพลวงตาด้วยแล้วนั้น ยิ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมากมายต่อองค์กรตำรวจ เพราะจะก่อให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมการสร้างภาพโชว์ที่แนบเนียนมากยิ่งขึ้น

                  แทนที่จะมุ่งมั่นตั้งอกตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่เต็มความรู้ความสามารถด้วยหัวใจของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ กลับกลายเป็นการประชันโชว์ผ่านการสื่อสารสาธารณะในรูปแบบต่างๆ

                  ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วนั้น ธรรมชาติที่แท้จริงของงานตำรวจต้องมีลักษณะการทำงานในรูปแบบของการปิดทองหลังพระเสียด้วยซ้ำ

                  “การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2506

                  องค์กรตำรวจเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เป็นองค์กรที่มีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากตำรวจทำงานใกล้ชิดประชาชน ทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน รักษาความสงบให้เกิดขึ้นในสังคม ปัญหาที่หมักหมมมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องในด้านการบริหารงานบุคคลและการถูกแทรกแซงจากผู้มีอำนาจต่างๆ นอกองค์กรที่มุ่งหวังประโยชน์จากองค์กรนี้ ทำให้การปฏิรูปองค์กรตำรวจไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย แต่เป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถและวิสัยทัศน์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)อย่างยิ่งว่า จะสามารถทำให้ระบบงานตำรวจดีขึ้นกว่าในอดีตได้หรือไม่? นี่คือการคืนความสุขแก่ประชาชนชาวไทยที่ยั่งยืน

                  คสช.จะสามารถทำให้ตำรวจสามารถเป็นตำรวจที่ดี ตั้งอกตั้งใจในการทำงานตามบทบาทหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างยุติธรรมได้หรือไม่?

                  กว่าจะถึงวันนั้น มาจับจ้องและให้กำลังใจแก่คสช.ด้วยการส่งเสียงสนับสนุนให้ คสช.ใช้หลักเกณฑ์และให้ความเข้มงวดและเข้มแข็งในการพิจารณาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดขององค์กรตำรวจคนต่อไป

                  ขอแบบชายไทยหัวใจตำรวจ...ไม่ใช่ศิลปินดารานะคะท่าน!!