
บช.น.ดึงเยาวชนต้านอาชญากรรมลุยเปิดศูนย์เรียนรู้ไตรมาส2
บช.น.ดึงเยาวชนต้านอาชญากรรม ลุยเปิดศูนย์เรียนรู้ไตรมาส2 : สายตรวจระวังภัย ปฏิญญา เอี่ยมตาล
สภาพเศรษฐกิจที่บีบคั้นทำให้แนวโน้มการก่อคดีอาชญากรรมเพิ่มสูงขึ้น ตำรวจจึงจำเป็นต้องแสวงหาแนวร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อช่วยกันป้องกันหรือยับยั้งไม่ให้ปัญหาอาชญากรรมลุกลามบานปลาย
การดึงแนวร่วมที่เป็นเยาวชนเข้ามาเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสต้นตอที่ทำให้เกิดอาชญากรรมในสังคม เป็นอีกความร่วมมือหนึ่งที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลกำลังเร่งรัดให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร รองผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม พยายามขับเคลื่อนให้มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ การป้องกันอาชญากรรม (CRIME PREVENTION LEARNING PROJECT) ในไตรมาส 2 เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา และกำลังดำเนินการต่อตามโครงการไตมาส 3 ซึ่งมีกำหนดให้แล้วเสร็จภายในปลายปีนี้ โดยตั้งเป้าให้ทั้ง 88 สน. ในสังกัด บช.น. มีศูนย์การเรียนรู้การป้องกันอาชญากรรมครบทุก สน.
ศูนย์การเรียนรู้การป้องกันอาชญากรรม มีเป้าหมายในการให้ความรู้แก่นักเรียน เยาวชนและประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับการป้องกันอาชญากรรมรูปแบบต่างๆ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เยาวชนสัมผัสการทำงานของตำรวจในแต่ละภารกิจหน้าที่ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายจะเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ทุกโรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ต่างๆ
"ศูนย์เรียนรู้ป้องกันอาชญากรรม เป็นโครงการสร้างความเชื่อมั่นและความศรัทธาในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ เป็นการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ทำให้เด็กเยาวชนมีความใกล้ชิดกับตำรวจ เข้าใจบทบาท หน้าที่การทำงาน ที่สำคัญช่วยให้ตำรวจเองมีความตระหนักในหน้าที่ การดำเนินโครงการจะมี 3 ขั้นตอน คือ จัดเตรียมสถานีตำรวจเป็นศูนย์การเรียนรู้ในทุกส่วนงาน มีจัดการเจ้าหน้าที่แต่ละแผนกให้ความรู้ในหน้าที่ของตนเอง สำรวจสถาบันการศึกษาที่อยู่ในพื้นที่เชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อยร้อยละ 10 ของจำนวนสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ขั้นตอนสุดท้ายเป็นการสัมมนาหารือแนวทางการทำงานของตำรวจให้เป็นไปตามที่ประชาชนต้องการ" รอง ผบช.น.กล่าว
รอง ผบช.น.กล่าวอีกว่า ศูนย์การเรียนรู้การป้องกันอาชญากรรมมีหน้าที่ในการเผยแพร่ให้ความรู้ด้านการป้องกันอาชญากรรม และเป็นการสร้างเครือข่ายภาคีประชาชน ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมโครงการทุกคนจะได้รับรหัสประจำตัวในการแจ้งเบาะแสคนร้ายหรือเหตุด่วนเหตุร้ายต่างๆ ซึ่งแนวร่วมประชาชนที่เกิดขึ้นนี้จะมีผลต่อการแจ้งเบาะแสต่างๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและปราบปรามปัญหาอาชญากรรม
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ ให้ข้อมูลว่า ในไตรมาส 3 นอกจากภารกิจของตำรวจตามสถานีตำรวจต่างๆ แล้ว จะขยายในเรื่องการให้ความรู้เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ เกี่ยวกับภารกิจของตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ โดยเน้นเกี่ยวกับการต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งเป็นหน้าที่ของหน่วยอรินทราช รวมอยู่ด้วย นอกจากนั้นยังมีภารกิจการเก็บกู้และพิสูจน์วัตถุระเบิดของหน่วยอีโอดี หน้าที่ของกองกำกับการตำรวจม้าและสุนัขตำรวจในการสืบสวนงานด้านยาเสพติดและอาชญากรรม ซึ่งเมื่อเด็กและเยาวชนรวมถึงประชาชนทั่วไปทราบถึงภารกิจของตำรวจแล้วจะสามารถแจ้งเบาะแสต่างๆ ได้โดยตรง



