
อะไรคือฐานการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุด?
อะไรคือฐานการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุด?: ขยายปมร้อน ขนิษฐา เทพจร สำนักข่าวเนชั่นรายงาน
“เราจะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของทุกกลุ่ม เพื่อให้การบริหารเป็นไปตามความคาดหวังของประชาชน และเกิดประโยชน์ต่อชาติอย่างแท้จริง” ถือเป็นอีกคำมั่นจากปากของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 มิถุนายน 2557
ทำให้เป็นประเด็นที่ต้องตามขยายว่า แล้วอะไรคือคาดหวังของประชาชนและประโยชน์ต่อชาติ
จากการทำงานตลอด 1 เดือนเต็มของ คณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ ได้ผลงานเป็นกรอบเพื่อนำไปต่อยอดสำหรับการปฏิรูปประเทศ โดยคาดว่าภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ จะนำรายละเอียดทั้งหมดส่งมอบให้ หัวหน้าคสช. ไปพิจารณาส่งต่อยังสภาปฏิรูป-สภานิติบัญญัติต่อไป
สำหรับรูปแบบการรับฟังความคิดเห็นนั้น ได้รับการเปิดเผยจาก “นพ.พลเดช ปิ่นประทีป" เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา ในฐานะแกนนำภาคีพัฒนาประเทศไทย (ทีดี ฟอรั่ม) ว่า ทีมงานที่รับฟัง ถือเป็นนักวิชาการที่ไม่มีชื่อเสียง แต่มีความกระหายต่อการรับฟังความเห็นด้านปฏิรูปแบบไม่ยึดติดกับแนวคิดของกลุ่มใดมาคอยรับฟัง ส่วนวิธีทำงานนั้น นอกจากอ่านข้อเสนอที่เป็นเอกสาร และรับฟังความเห็นแล้ว ยังได้จดประเด็นสำคัญๆ ไว้บนกระดาษแผ่นใหญ่ แล้วติดไว้ข้างฝาห้องทำงาน โดยกระบวนการที่ได้ไปสัมผัสนั้น คือการเชื่อมแนวความคิดจากเค้าโครงการปฏิรูปที่ภาคประชาชนได้ร่วมขับเคลื่อนไปก่อนหน้านั้น
ขณะที่ อดีต ส.ว.กทม. "รสนา โตสิตระกูล” ถือเป็นอีกผู้หนึ่งที่ไปให้ข้อมูล-ข้อเสนอด้านพลังงาน ฐานะคนทำงานในกลุ่มจับตาปฏิรูปพลังงานไทย บอกเล่าในนาทีที่เข้าร่วมว่า เมื่อไปถึงจะได้รับเอกสารคำถามที่ถูกจัดเตรียม โดยมีประเด็นที่เจ้าหน้าที่ต้องการรับทราบ อาทิ อะไรที่เห็นว่าควรปฏิรูปอย่างเร่งด่วน, ประเด็นสำคัญต่อนโยบายด้านพลังงาน, ข้อมูลอื่นๆ ที่อยากเสนอแนะ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้อธิบายถึงความต้องการ และเมื่อเขียนเสร็จ ได้เปิดโอกาสให้บุคคลที่พวกเขาสนใจแนวคิดได้แสดงความเห็นคนละ 10นาที โดยปราศจากข้อซักถาม หรือดีเบต ประเด็นนโยบายด้านพลังงานระหว่างผู้ที่เข้าร่วมที่เป็นตัวแทนของหน่วยงานราชการ, องค์กรเอกชน, หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ, ภาคประชาชน เพื่อชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสียของแนวคิดแต่ละกลุ่ม
“สำหรับข้อเสนอของภาคประชาชน ได้เน้นย้ำถึงการปฏิรูปด้านพลังงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้บริโภค และเป็นธรรมกับรัฐ ฐานะเจ้าของทรัพยากร ขณะที่หน่วยงานราชการ, องค์กรเอกชน และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ได้เสนอประเด็นความจำเป็นต่อการเร่งรัดให้เกิดการลงทุนด้านทรัพยากรเพื่อประโยชน์ขององค์กร เช่น การให้สัมปทานแหล่งทรัพยากร โดยไม่มีการตอบโจทย์ความเป็นธรรมกับประชาชนและผลประโยชน์สูงสุดของรัฐ” อดีต ส.ว.รสนา กล่าวสรุป
หลังจบบทบาทแสดงความเห็น “ตัวแทนภาคประชาชนที่เข้าร่วม” ได้สะท้อนถึงความกังวลที่ยังไม่มีใครหาคำตอบให้ได้ว่า เมื่อคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปฯ หรือ หัวหน้า คสช. รับฟังข้อมูลแล้ว จะใช้ข้อมูลใดประกอบการตัดสินใจเลือกแนวทางการปฏิรูป เพื่อเป็นโมเดลทำให้เกิดประโยชน์ต่อชาติและประชาชนอย่างแท้จริง
คาดหวังอย่างสูงสุดต่อการปฏิรูปประเทศ ย่อมมาพร้อมกับความหวั่นใจในอิทธิพลกลุ่มทุนที่มักอิงแอบเพื่อหาประโยชน์จากนโยบายรัฐ ดังนั้นเมื่อ คสช.ไว้ใจต่อการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนแล้ว อย่าทำให้ผิดหวัง และถือเสียงประชาชนเป็นแค่เครื่องมือเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ฝ่ายใดเท่านั้น
.................................
(หมายเหตุ : อะไรคือฐานการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุด? : ขยายปมร้อน ขนิษฐา เทพจร สำนักข่าวเนชั่นรายงาน)



