
ดุลพินิจของสื่อ
ดุลพินิจของสื่อ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 27 มิถุนายน 2557
ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 12/2557 ให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักนายกรัฐมนตรี และกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. ฝ่ายกิจการพิเศษได้เรียกประชุมและได้สั่งปรับโครงสร้างอำนาจหน้าที่ออกเป็น 5 คณะเพื่อติดตามการนำเสนอข่าวของ 1.สื่อวิทยุ 2.สื่อโทรทัศน์ 3.สื่อสิ่งพิมพ์ 4. สื่อออนไลน์ และ 5.ข่าวสารต่างประเทศ นอกเหนือจากหน้าที่การชี้แจงทำความเข้าใจแล้ว คณะทำงานชุดนี้ ยังมีภารกิจระงับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ส่อไปในทางสร้างความเกลียดชังต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และข้อมูลที่เป็นเท็จ
ขณะเดียวกัน ภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายจากพล.ต.อ.อดุลย์ยังกำหนดให้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเอาไว้อีกว่า หากพบข้อมูลที่เป็นเท็จ กระทบต่อการทำงานของ คสช. ให้รายงานข้อมูลให้หัวหน้า คสช.ทราบทันที รวมทั้งจัดรายงานสรุปประจำวัน ประจำสัปดาห์ เสนอหัวหน้า คสช. และประธานคณะกรรมการ เพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะรับทราบ ทั้งนี้ หากพบข้อสงสัยในการเผยแพร่ให้รายงานฝ่ายเลขานุการคณะทำงานทราบเบื้องต้น ก่อนประสานหน่วยงานต้นเรื่องดำเนินการแก้ปัญหา แปลความหมายก็คือ คณะกรรมการชุดนี้ จะเฝ้าติดตามตรวจสอบการเสนอข่าวของสื่อต่างๆ ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือการให้อำนาจในการสั่งระงับการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ
จากกรณีดังกล่าว นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย บอกว่า จะเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงพล.ต.อ.อดุลย์ เพื่อชี้แจงเรื่องหลักสิทธิขั้นพื้นฐานในการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนภายใต้กรอบจริยธรรมและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ เนื่องจากตามหลักการสื่อมวลชนจะต้องมีความรับผิดชอบต่อข่าวที่นำเสนอเองอยู่แล้ว รวมถึงยังมีกฎหมายควบคุมดูแลอย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งถือเป็นการแสดงออกของตัวแทนสื่ออีกครั้งหนึ่ง ที่พยายามจะชี้แจงแถลงไขทำความเข้าใจกับคสช.หรือหน่วยงานอื่นใดที่แต่งตั้งขึ้นมาตามคำสั่งหรือประกาศถึงบทบาทการทำหน้าที่ของสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ควรจะต้องพิจารณาก็คือ การทำงานภายใต้ดุลพินิจแห่งความเป็นอย่างมืออาชีพ ที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าในกำกับของกฎหมายและจรรยาบรรณ
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ควบคุมการทำหน้าที่ของสื่อ เกิดขึ้นในท่ามกลางกระแสข่าวความไม่สบายใจของคสช.ต่อการแสดงบทบาทต่อต้านอำนาจคณะรัฐประหารจากนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทั้งๆ ที่หากคณะทำงานใดๆ ก็ตามที่มีอยู่ก่อนหน้า จะได้พิจารณาในรายละเอียด หรือบริบทถ้อยแถลงของนายจารุพงศ์ก็จะพบว่า ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ นั่นก็หมายความว่า ถ้าหากให้ความเคารพต่อความเป็นอิสระในการใช้ดุลพินิจของสื่อ ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องเดือดร้อนใดๆ กับข่าวที่เห็นกันอยู่ว่าไร้สาระ บทพิสูจน์จากพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์หลายฉบับในเช้าวันรุ่งขึ้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่า สื่อหนังสือพิมพ์พร้อมใจกันไม่ให้ราคานายจารุพงศ์ ซึ่งนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นความพร้อมเพรียง เพราะมีข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธ หากแต่ "คุณค่าข่าว" ของนายจารุพงศ์ต่างหากที่เป็นตัวตัดสิน



