
ปฏิวัติคนข่าว
ปฏิวัติคนข่าว : กระดานความคิดโดยจอกอ
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กำลังสมคบคิดจัดงานใหญ่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีสมาคมนักข่าว ที่มีต้นกระแสธารมาจาก อิบรอฮีม อะมัน หรือนามที่รู้จักกันทั่วไปว่า อิศรา อมันตกุล
หลังจากคุยกันมาหลายรอบ ในที่สุดก็ตกลงเลือก แนวคิดการปฏิวัติคนข่าว ในยุคดิจิทัล เป็นธงนำในการรณรงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งทุนรอนในการทำงานเพื่อวงการสื่ออย่างยั่งยืน หลังจากเลือกแนวคิดนี้แล้ว ก็ต้องทำการบ้านต่อ เพื่ออธิบายความหมายของการปฏิวัติคนข่าวให้ชัดเจน ซึ่งไม่ใช่คำที่เพิ่งได้ยินกันครั้งแรก
วันนี้จะยังไม่พูดถึงการปฏิวัติคนข่าว ที่ถูกกดดันมาจากกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ในภาพใหญ่ แต่จะพูดในอีกมิติหนึ่ง ของบทบาทที่หายไปของสื่อ นั่นคือ บทบาทในการทำข่าวเชิงสืบสวน สอบสวน หรือ investigative reporting ข่าวที่ทรงพลานุภาพในการทำลายล้างนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริต คอร์รัปชั่น ให้หมดไปจากสังคมไทย
อย่างน้อยห้วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา บทบาทของสื่อในการใช้วิธีการทำข่าวเช่นนี้ เป็นเครื่องมือ ดูบางเบามาก ในขณะที่ข่าวบางเบาราวขนนก ข่าวสัมภาษณ์แบบปิงปอง กลับยึดพื้นที่ข่าวไว้ได้อย่างเหนียวแน่น นานครั้งจะมีข่าวที่คล้ายจะทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต คอร์รัปชั่นอยู่บ้าง เช่น ข่าวทุจริตโครงการจำนำข้าว แต่ก็ไม่ได้ลึก และทะลุทะลวง จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างฉับพลัน เช่น ข่าวซุกหุ้นในอดีต
การทุจริต คอร์รัปชั่น เป็นเนื้อร้ายเกาะกินสังคมไทยมาอย่างยาวนาน แม้ว่าสถิติที่จะนำความภาคภูมิใจมาให้ประเทศไทยหลายเรื่องเราจะอยู่ในอันดับท้าย แต่ทุกครั้งที่มีการสำรวจสถิติการคอร์รัปชั่นในระดับภูมิภาค ประเทศไทยติดอันดับต้นๆ อย่างสม่ำเสมอ
สังคมไทยอุดมไปด้วยนักวิพากษ์สังคม มีบทวิพากษ์วิจารณ์ มีความเห็นเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นจำนวนมาก แต่มีความจริงน้อย มีความรู้น้อย เพราะสื่อมวลชนไม่ได้ทำหน้าที่ ที่จะดึงคนโกงออกมาจากมุมมืด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผล การทำข่าวสืบสวน สอบสวนที่จำเป็นต้องมีทักษะสูงกว่า การทำข่าวประจำวันทั่วไป การไม่มีนโยบายชัดเจนจากองค์กรสื่อ หรือข้อสงสัยว่าสื่อเข้าไปพัวพันกับผลประโยชน์ภาครัฐ เช่น การรับโฆษณารัฐ การรับจ้างจัดกิจกรรมทางการตลาดให้แก่หน่วยงานรัฐด้วยเงินค่าจ้างมหาศาล จนกระทั่งต้องยอมเซ็นเซอร์ตัวเองสำหรับข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งทำมาหากินหรือไม่
การทำข่าวเชิงสืบสวน สอบสวน เป็นทักษะในการรายงานข่าวระดับสูง แปลว่า ไม่เพียงรายงานปรากฏการณ์ที่เห็นอยู่ตรงหน้าเท่านั้น แต่ต้องมีจมูกที่ไวเป็นพิเศษในการจับกลิ่นที่แปลกไป มีจินตนาการข่าวที่จะต่อยอดสิ่งที่เห็นด้วยตา ไปสู่สิ่งที่ยังมองไม่เห็น เช่น กรณีการทำข่าวซุกหุ้นของทักษิณ ชินวัตร จุดเริ่มต้น คือการพบรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัทที่ดูห่างไกลจากความเกี่ยวพัน ในฐานะทั้งญาติ ทั้งหุ้นส่วนธุรกิจระดับเป็นพันล้าน แล้วก็นำไปสู่การสืบค้นหลักฐาน ข้อมูล ที่จะมายืนยันสมมุติฐานที่ตั้งไว้ จนกระทั่งข่าวนี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญทางการเมือง
นโยบายขององค์กรสื่อจะต้องชัดเจน และจะต้องให้เวลากับคนทำข่าวสืบสวน สอบสวน ในการศึกษา ค้นคว้า และวางแผนการทำข่าวที่ละเอียด รอบด้าน ไม่เรียกร้องข่าวดี ในเวลาจำกัด หรือด้วยวิธีทำที่ฉาบฉวย เน้นปริมาณ เสมือนเป็นโรงงานอุตสาหกรรมผลิตข่าว เพื่อให้ข่าวมีปริมาณมากพอในการส่งผ่านช่องทางสื่อในหลายแพลตฟอร์ม
การพัฒนาคุณภาพคนทำสื่อและเนื้อหาสื่อจึงเป็นอีกข้อเสนอหนึ่งในการปฎิรูป ซึ่งในแง่สถาบัน องค์กรที่ทำงานนี้มาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง คือ สถาบันอิศรา ที่เกิดจากการผลักดันของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ ในบรรยากาศ ที่เด็กรุ่นใหม่จำนวนมาก ถูกโยนลงน้ำทั้งที่ว่ายน้ำยังไม่ค่อยแข็งแรง
หากเรามีสถาบันฝึกอบรมคนข่าว ที่มีทุนรอนเพียงพอในการทำงานระยะยาว อย่างน้อยความเสื่อมถอยของระบบสื่อก็จะยับยั้งไว้ได้ ผม และเพื่อนๆ ในวงวิชาชีพหลายคน กำลังคิด ฝันและพยายามไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้สักวันหนึ่ง



