
คสช.จับมือตำรวจประกาศกร้าว:ปราบผู้มีอิทธิพล?
คสช.จับมือตำรวจประกาศกร้าว:ปราบผู้มีอิทธิพล? : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
ไปหา คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) คือวาทกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้ของผู้คนในสังคมไทยปัจจุบันว่า ผู้คนในสังคมฝากความหวังไว้กับ คสช.ไม่น้อย
ปัญหาต่างๆ ที่หมักหมมเรื้อรังนั้น หากหวังรอคอยให้ระบบราชการหรือระบบการเมืองแก้ไขในยามปกติก็คงจะไม่ประสบความสำเร็จดั่งใจ เหมือนอย่างที่เคยเป็นมาในอดีตที่ไม่เห็นโอกาสของความสำเร็จ ไม่เห็นแม้กระทั่งแสงสว่างริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์ ดังนั้นในยามนี้ความหวังทั้งหมดจึงพุ่งเป้าไปที่ คสช.ที่นับว่าจะมีภาพลักษณ์ละม้ายคล้ายซูเปอร์แมน?
ผลงานการแก้ปัญหาที่โดนใจเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาให้ชาวนา จนกระทั่งถึงเรื่องการจัดการกับคิวรถรับจ้างประเภทต่างๆ ที่ใครๆ ต่างก็รู้ว่ามีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง จนกระทั่งทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ตามระบบปกติที่ผ่านมาได้ ทั้งๆ ที่ประชาชนผู้ใช้บริการต่างระทมทุกข์และจำต้องยอมทนต่อการกดขี่ขูดรีดและการรับบริการที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงในรูปแบบต่างๆ ก็ตาม
การจับกุม กวาดล้าง บ่อนการพนัน ตู้ม้า หรือการพนันชนิดต่างๆ เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ได้รับความสนใจจากสังคมไม่น้อย ถึงแม้จะมีข้อสงสัยว่า ที่ผ่านมาบ่อนการพนันต่างๆ เหล่านี้ดำรงอยู่ได้อย่างไรใจกลางกรุง? ความสงสัยขยายขอบเขตไปถึงการตั้งคำถามว่า นี่เป็นการจัดฉากโชว์ชั่วคราวหรือว่าจะสามารถกวาดล้างให้หมดสิ้นไปได้อย่างแท้จริง จริงๆ? ใครอยู่เบื้องหลังในการให้การสนับสนุนการดำรงอยู่ของบ่อนการพนันต่างๆ เหล่านั้น และผู้สนับสนุนเหล่านั้นได้รับผลกระทบหรือถูกดำเนินการอย่างไรบ้างหรือไม่? หรือการดำเนินการที่มีต่อผู้สนับสนุนเหล่านั้นจะมีลักษณะที่ยุติการดำเนินการที่ยั่งยืนหรือเพียงแค่ชะลอไว้ก่อนตามกระแส?
ในเมื่อ คสช.ได้กลายเป็นฮีโร่ที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาสำคัญๆ อันเป็นความทุกข์ของประชาชนไทยไปแล้วนั้น หาก คสช.เอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างสังคมและวัฒนธรรมที่ส่งผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อการพัฒนาประเทศและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ก็จะทำให้เป้าหมายที่ คสช.วางไว้ว่าจะคืนความสุขให้ประชาชนคนไทยน่าจะเข้าใกล้ความจริงมากยิ่งขึ้น และเป็นวิธีการคืนความสุขที่มีคุณค่ามากกว่าการบันเทิงใดๆ
ปัญหาเชิงโครงสร้างและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับฝีมือของ คสช.มากที่สุดในยามนี้ จึงน่าจะเป็นเรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพล มากกว่าเรื่องใดๆ และอาจจะมีความสำคัญมากกว่าการลุยค้นบ่อนการพนัน โต๊ะบอลต่างๆ เสียด้วยซ้ำ...เป็นงานใหญ่ที่สมเกียรติและศักดิ์ศรี
เพราะในยามปกตินั้น การปราบปรามผู้มีอิทธิพลทำได้ยากยิ่ง
บริบทในการบริหารประเทศโดย คสช.ในยามนี้ จึงเป็นบริบทที่มีความเหมาะสมอย่างที่สุด หากมองอย่างง่ายๆ ก็จะเห็นว่า เพียงแค่ปราบผู้มีอิทธิพลในจังหวัดใดก็จะทำให้ประชาชนในจังหวัดนั้นใช้ชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขและเป็นธรรม การเมืองมีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น การแทรกแซงการทำงานของตำรวจจะลดน้อยลง การที่ตำรวจจะเดินเข้าสู่เส้นทางอุปถัมภ์ของเหล่าผู้มีอิทธิพลต่างๆ เพื่อให้ตนเองได้ดิบได้ดีก็จะลดน้อยลง และทำให้ตำรวจดีๆ ทำงานได้มากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการขุดรากถอนโคนปัญหาสังคมไทยอย่างแท้จริง
ในอดีตนั้น สามารถกล่าวได้ว่า หากตำรวจจะปราบผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ใดสักแห่งจะไม่สามารถใช้ตำรวจในพื้นที่นั้นได้เลย เพราะตำรวจในพื้นที่นั้นได้ถูกแทรกแซง ครอบงำด้วยวิธีการต่างๆ ไว้จนหมดสิ้น ไม่เพียงแต่ตำรวจซึ่งเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรมจะถูกแทรกแซงจากเหล่าบรรดาผู้มีอิทธิพลที่อยู่ในพื้นที่แต่ละแห่งเท่านั้น หากแต่กระบวนการยุติธรรมทั้งระบบก็ถูกแทรกแซงด้วยเช่นเดียวกัน
“งานปราบผู้มีอิทธิพล” จึงเป็นงานที่จำเป็นต้องมีการวางแผนที่แยบยล เป็นงานระดับฝีมือและมันสมองขั้นเสนาธิการ มีกระบวนการทำงานและทีมทำงานอย่างมืออาชีพ และกล้าหาญ
บทบาทของตำรวจในการทำงานปราบผู้มีอิทธิพลที่ผ่านมานั้น มีบทเรียนดีๆ จำนวนไม่น้อยที่สามารถดำเนินการได้เป็นอย่างดีและควรนำมาใช้เป็นตัวแบบเพื่อต่อยอดการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพสูงมากยิ่งขึ้น
คสช.ซึ่งเป็นทีมทำงานที่มีจุดแข็งอย่างยิ่งในด้านการวางแผนยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง หากมีการร่วมมือกับขุนพลตำรวจที่มีเจตนาที่มุ่งมั่นในการคืนความเป็นธรรมและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชนให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมโดยปลอดจากการถูกกดขี่ ข่มเหง บังคับจากผู้มีอิทธิพลแล้วนั้น ย่อมทำให้เป้าหมายการคืนความสุขให้ประชาชนบรรลุตามเจตนารมณ์
ความสุขที่เกิดขึ้นจากการที่คนทั้งประเทศได้รับจากการจับมือกันระหว่างตำรวจกับทหารในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในรูปแบบต่างๆ รวมถึงผู้มีอิทธิพลทางการเมืองด้วยนั้น ถือได้ว่าเป็นการสร้างคุณูปการที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่ได้มอบให้ประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง
อย่าลืมว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นในสังคมไทยมีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับความเป็นผู้มีอิทธิพล
อย่าลืมว่า ปัญหายาเสพติดก็มีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับผู้มีอิทธิพล
อย่าลืมว่า ผู้มีอิทธิพลในสังคมได้สร้างปัญหาความไม่เท่าเทียม ไม่เสมอภาค และความอยุติธรรมในสังคม
และที่สำคัญ ความล้มเหลวของการบริหารงานของตำรวจทั้งๆ ที่หน่วยงานนี้เต็มไปด้วยบุคลากรที่มีศักยภาพสูงก็เกิดขึ้นจากการแทรกแซงของผู้มีอิทธิพลเช่นกัน
"จะทำการใหญ่ ไยใส่ใจเรื่องเล็ก"
ไหนๆ คสช.ก็เริ่มมีภาพลักษณ์เป็นซูเปอร์แมนแล้วทั้งที หากจะทำการใหญ่ให้โดนใจประชาชนจริงๆ ก็ขอเชียร์...งานใหญ่ : การปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างถอนรากถอนโคนเพื่อคืนความเป็นธรรมให้สังคมไทย!!
อยากฟังประกาศ...คสช.จับมือตำรวจประกาศกร้าว : ปราบผู้มีอิทธิพลเพื่อพัฒนาชาติไทย



