คอลัมนิสต์

โชคดีของพล.ต.อ.อดุลย์

โชคดีของพล.ต.อ.อดุลย์

24 มิ.ย. 2557

โชคดีของพล.ต.อ.อดุลย์ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

               การกวาดล้างบ่อนพนัน-ตู้ม้า กำลังจะกลายเป็นอีกประเด็นที่ผู้คนในสังคมน่าจะออกมาสนับสนุนให้กำลังใจคณะรักษาความสงบแห่งขาติ (คสช.) ที่ดูเหมือนว่า เดินไปจุดไหนก็ "โดน" ไปทุกจุด

              บ่อน “นัมเบอร์วัน” ที่อยู่ภายในอาคารสปอร์ตคลับ บริษัท นัมเบอร์วัน ไดร์ฟวิ่งเลนจ์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 19/7 ซอยรามคำแหง 39 (ซอยสหการประมูล) ถนนประชาอุทิศ แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. ถูกทลายไปเมื่อวันก่อน กลายเป็น "หนังยาว" ชวนติดตามเกาะติด เพราะตัวละครที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั้นมีเบื้องลึกเบื้องหลังทั้งสิ้น

              โดยเฉพาะผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นเจ้าของบ่อนนั้น มีเครือข่ายโยงใยไปยังกลุ่มต่างๆ รวมทั้งคนมีสี

              การเปิดตัวขอเป็นพยานให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจของ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล ก็เป็นสิ่งที่น่าสังเกตได้ว่า บ่อนที่ว่านั้นไม่ธรรมดา เพราะได้ชื่อว่า "มีความรู้" เกี่ยวกับเรื่องบ่อนพนันในประเทศไทยเป็นลำดับต้นๆ เลยทีเดียว

              เช่นเดียวกับการเรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น พบว่ามีการแอบอ้างถึงผู้มีชื่อเสียงระดับสูงของบ้านเมือง อ้างว่าสิ่งเต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ แสดงให้เห็นว่า ขบวนการลักลอบตั้งบ่อนพนันนั้นกว้างขวางจริงๆ

              แต่มองอีกมุมแล้ว ยิ่งเครือข่ายกว้างขวางเท่าใด ชื่อเสียงก็ยิ่งโด่งดัง และยิ่งโด่งดังเท่าใดก็น่าจะยิ่งเข้าไปใกล้เงื้อมมือกฎหมายมากขึ้น ตามหลักมันควรจะเป็นแบบนั้น

              น่าเสียดายก็ตรงที่ ก่อน คสช.จะเข้ายึดอำนาจนั้น "ตำรวจ" ไม่ค่อยแสดงให้ผู้คนในสังคมได้รับรู้มากนักว่า "รู้" และพร้อมจะปราบปรามบ่อนพนันเหล่านั้น

              แต่เมื่อทหารเข้ามายึดอำนาจ การเข้าทลายบ่อนการพนันจึงเกิดขึ้นอย่างจริงจัง และสุดท้ายก็พากันเดือดร้อนกันไปหมด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นๆ

              ก่อนหน้านี้ทหารจากกองทัพภาคที่ 3 ได้ร่วมกับตำรวจ จ.พิษณุโลก เข้าตรวจค้นบ่อนพนันที่อยู่ข้างๆ โรงแรมชื่อดัง จนทำให้นายตำรวจระดับผู้บังคับการ 2 นาย และระดับพันตำรวจเอกอีก 2 นาย ต้องถูกย้ายออกจากพื้นที่

              เช่นเดียวกับ สน.วังทองหลาง ที่หนีไม่พ้นความรับผิดชอบในครั้งนี้

              ข้อมูลของ พ.ต.ท.สันธนะ นั้น ระบุว่า เฉพาะบ่อนนัมเบอร์วันแห่งนี้ มีโต๊ะพนันบัคคาราอยู่ 80-90 โต๊ะ โดยพร้อมเปิดให้นักพนันมาเช่าโต๊ะเพื่อเปิดรับแทงพนัน ด้วยการวางมัดจำโต๊ะละ 5 แสนบาท และอีก 1 แสนบาท ที่จะต้องจ่ายรายวัน

              หลับตาคิดคงนับตัวเลขเม็ดเงินที่สะพัดในบ่อนขนาดนี้คงไม่ได้แล้ว เพราะตัวเลขนั้นต้องเรียกว่า มหาศาล กันเลยทีเดียว เพราะแค่ค่าเช่าโต๊ะก็ขนาดนั้นแล้ว

              ถามว่า บ่อนขนาดนี้ เม็ดเงินสะพัดขนาดนี้ จะต้องจ่ายส่วยเท่าไหร่

              แค่ระดับ สน.ที่ดูแลพื้นที่ "เอาอยู่" ไหม

              ข้อมูลของ พ.ต.ท.สันธนะ บอกว่า บ่อนใหญ่จ่าย 50 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนบ่อนขนาดเล็ก 5-10 ล้านบาทต่อเดือน

              เม็ดเงินเหล่านี้ไปสร้างความเจริญก้าวหน้าในอาชีพให้แก่ตำรวจบางรายที่ใช้เงินจากส่วยในการวิ่งเต้นเอาตำแหน่ง

              ปัญหาก็คือ บ่อนพนันนั้นนำมาซึ่งปัญหาสังคมรอบด้าน และลงลึกในทุกระดับ ซึ่งตำรวจทั้งหลายต่างก็รู้ดีว่ามีอะไรบ้าง เพราะต้องวิ่งไล่กวดปัญหาเหล่านี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

              ว่ากันตั้งแต่ปัญหาครอบครัวไปจนถึงยาเสพติด

              น่าแปลกที่นายตำรวจใหญ่ ที่น่าจะมีข้อมูลมากกว่า พ.ต.ท.สันธนะ ที่เป็นเพียง "อดีตนายตำรวจ" ที่เครื่องไม้เครื่องมือ รวมทั้งกำลังพล เทียบไม่ได้กับนายตำรวจระดับสูงที่ยังรับราชการอยู่

              อำนาจตามกฎหมายก็มีอยู่เต็มมือ!

              แต่ที่ผ่านมาแทบจะไม่เคยได้ยินว่ามีการทลายบ่อนมาก่อน

              โชคดีที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ถูกพาออกจากจุดอดสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปอยู่สำนักนายกฯ ไม่เช่นนั้นแล้ววันนี้ก็คงจะต้องมีคำถามว่า ด้วยอำนาจกฎหมายที่มี ด้วยกำลังพลที่มี เหตุใดจึงมีบ่อนพนันตู้ม้าอยู่แทบจะทั่วกรุงเช่นนี้

              ถ้าจะตอบว่า "ไม่รู้จริงๆ ว่ามี" ก็อยากจะฟังจากปากเหมือนกัน


...................

(หมายเหตุ : โชคดีของพล.ต.อ.อดุลย์ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)