คอลัมนิสต์

เร่งเดินหน้าภารกิจหลัก

เร่งเดินหน้าภารกิจหลัก

24 มิ.ย. 2557

เร่งเดินหน้าภารกิจหลัก : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2557

                แม้จะเป็นความเห็นเล็กๆ จากมุมมองการวิเคราะห์ของนายสมชาย แสวงการ อดีตส.ว.ที่ระบุเอาไว้ว่า แผนโลกล้อมประเทศที่นักการเมืองพลัดถิ่นรายหนึ่งเคยใช้เพื่อกดดันประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องนั้น ยังคงมีความพยายาม เช่นว่า ในระหว่างที่รอคอยให้ประเทศไทยเดินเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คืนอำนาจ เพราะเชื่อว่า ถึงอย่างไรพวกเขาก็จะกลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง ความเห็นนี้ออกมาพอเหมาะพอดีกับท่าทีของสหรัฐอเมริกาที่ลดอันดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ค้ามนุษย์อย่างรุนแรงในระดับ 3 จากเดิม 2.5 และมีแนวโน้มว่า กลุ่มประเทศยุโรปก็จะใช้มาตรการทางการเมืองกดดันประเทศไทยด้วยเช่นกัน หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ กลุ่มการเมืองที่ถูกเรียกขานว่า "อำนาจเก่า" ยังคงดำรงอยู่และพร้อมที่จะทำทุกทางเพื่อหวนคืนสู่อำนาจ

                ขณะที่ในอีกความเคลื่อนไหวหนึ่ง พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ออกมาปฏิเสธข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ ที่บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ได้ติดต่อสื่อสารอยู่กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. แบบส่วนตัวก่อนการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่า อาจเป็นความคลาดเคลื่อนไป เพราะทั้งสองไม่เคยมีการพูดคุย หรือสื่อสารเป็นการส่วนตัว หรือส่งข่าวใดๆ ทั้งสิ้น มีพียงได้รับมอบจากรัฐบาลโดยอดีตนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการในฐานะหน่วยงานความมั่นคง เพื่อสื่อสารแจ้งทุกกลุ่มให้หาทางเจรจากัน แต่ก็ไม่เคยสำเร็จบรรลุผล กับให้แจ้งเตือนทุกกลุ่มหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายและระมัดระวังให้ประชาชนได้มีความปลอดภัยเท่านั้น ซึ่งในขณะนั้นกองทัพคงไม่สามารถทำในลักษณะดังกล่าวได้ เพราะเป็นหน่วยงานความมั่นคง ต้องปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย และตามกระบวนการที่เหมาะสมของภาครัฐ

                คำยืนยันของ พ.อ.วินธัย มีขึ้นในห้วงยามที่ คสช.ยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ มาเป็นเวลา 1 เดือนเต็มพอดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็น 1 เดือนเต็ม ที่ถนนทุกสายเริ่มมุ่งหน้าสู่ คสช. ไม่เว้นแต่ "การเปิดประเด็น" จากฝ่ายเมือง ที่พร้อมจะทำให้ "สมาธิ" ของ คสช.ที่ยืนยันหนักแน่นว่า เข้ามาเพื่อปัดกวาดทำความสะอาดบ้านเมือง สร้างความปรองดองสมานฉันท์ขึ้นในชาติก่อนจะเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งต้องหวั่นไหวสั่นคลอน เฉพาะอย่างยิ่งความสงสัยจากข่าวที่ปรากฏ แม้จะถูกปฏิเสธไปแล้วนั้น คงไม่เป็นผลดีต่อ คสช.เท่าไรนัก ในเมื่อนายสุเทพเคยอยู่ในฐานะเลขาธิการ กปปส. ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเข้าไปเกลี้ยกล่อมเพื่อให้เกิดการพูดคุย

                อย่างไรก็ตาม ถึงแม้กลุ่มหรือระบอบของอำนาจเก่าจะยังคงอยู่ และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อหวนคืนสู่อำนาจ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ คสช.จะ "บริหารจัดการ" ด้วยการใช้อำนาจที่มีอยู่ในขณะนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ เพราะไม่เพียงแต่จะมีแรงกดดันจากนานาชาติ ความพยายามหวนคืนอำนาจของฝ่ายการเมืองในประเทศเท่านั้น หากแต่ประชาชนเอง ก็ย่อมปรารถนาจะเห็น "เครื่องจักร" จากทุกภาคส่วนเดินหน้าไปพร้อมกัน นั่นหมายถึงว่า คสช.จะต้องเร่งจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาปฏิรูปการเมือง ให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อนำไปสู่การบริหารบ้านเมืองในภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ดังที่ให้คำมั่นสัญญาไว้