คอลัมนิสต์

คสช.อย่าลืม'สบอช.'

คสช.อย่าลืม'สบอช.'

23 มิ.ย. 2557

คสช.อย่าลืม'สบอช.' : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง สำนักข่าวเนชั่น

               “ครบ 1 เดือนเต็ม” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา กับการ “ยึดอำนาจ” ภายใต้ภารกิจที่มีชื่อว่า “คืนความสุขให้คนไทย” โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่นำโดย “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” 

                สารพัดความสุขที่ “คสช.จัดให้” มีให้เห็นรายวัน ตั้งแต่การจ่ายเงินให้ชาวนาจากโครงการรับจำนำข้าว จัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบงบโครงการใหญ่ จัดระเบียบวินรถตู้-แท็กซี่-มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ปราบบ่อน จับกุมอาวุธสงคราม หามาตรการจำหน่ายลอตเตอรี่ราคา 80 บาท ดูหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรภาค 5 ทั้งฟรี 1 รอบและซื้อตั๋ว 1 ใบ แถม 1 ใบ ดูฟุตบอลโลกกันทั่วประเทศผ่านช่อง 5 ช่อง 7 ฯลฯ

                ทุกมาตรการคืนความสุข ล้วนเดินหน้าทำและเกิดขึ้นจริงเป็นรูปธรรมไปบ้าง สะท้อนให้เห็นว่าแม้จะยังไม่มี “นายกรัฐมนตรี” เข้ามานั่งบริหารราชการแผ่นดินและนั่งทำงานใน “ตึกไทยคู่ฟ้า” ตามปกติแต่การบริหารราชการแผ่นดินก็คืบหน้า เพราะ คสช.มีประกาศ คสช. ฉบับที่ 10/2557 เรื่อง ให้อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีเป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้า คสช. ทำให้ภารกิจในส่วนของ “สำนักนายกรัฐมนตรี” ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ขึ้นตรงของนายกรัฐมนตรีสามารถรับบัญชาจากหัวหน้า คสช.เดินหน้าทำงานได้ดั่งใจ เพราะอย่าลืมว่าภายใต้ “สำนักนายกฯ” มีหลายหน่วยงานย่อยที่สำคัญ ซึ่งหน่วยงานหลักๆ ที่มีที่ตั้งสำนักงานอยู่ในรั้วทำเนียบรัฐบาล

                เริ่มจาก “สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)”  มี “ดร.กบ" อำพน กิตติอำพน ยังเหนียวแน่นนั่งในตำแหน่งเลขาฯ ครม. ทำหน้าที่จัดระบบการประชุม คสช. ที่มีการประชุมทุกวันอังคารให้เป็นรูปแบบใกล้เคียงกับการประชุม ครม.ให้มากที่สุด โดยมีหน่วยงานย่อยภายใต้ “สำนักนายกฯ” อย่างสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก็ช่วยกันขับเคลื่อนภารกิจของตัวเองควบคู่กันไป

                ขณะที่ “สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)” ที่มี “ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล” รองปลัดกระทรวงมหาดไทย มาปฏิบัติหน้าที่ปลัด สปน. ตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 27 มาช่วยขับเคลื่อนภารกิจพิเศษ งานติดตาม ประเมินผล กำกับ เร่งรัดการปฏิบัติราชการของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดสำนักนายกฯ ให้เป็นไปตามนโยบาย มีการประชุมแทบทุกวัน

                ส่วนภารกิจ “แม่บ้านทำเนียบ” อย่าง “สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลค.)” ซึ่งมีภารกิจเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการด้านการเมือง ด้านวิชาการ ด้านเลขานุการ และประสานในเรื่องที่นายกฯ มอบหมาย โดยปกติผู้บริหารสูงสุดคือ “เลขาธิการนายกรัฐมนตรี” เป็นตำแหน่งของข้าราชการการเมืองเช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรี แต่ปัจจุบันในยุค คสช.มีการมอบหมายให้ “น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร" รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นข้าราชการประจำ ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการนายกฯ ไปก่อน ก็ทำให้ทำภารกิจของสลน.ขับเคลื่อนต่อไปได้แม้จะยังไม่ฟูลออปชั่น

                และหน่วยงานสุดท้ายในรั้วทำเนียบ คือ “สบอช." หรือ สำนักนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หน่วยงานภายในสำนักเลขาธิการนายกฯ ที่ก่อเกิดขึ้นในรัฐบาลที่ผ่านมา ที่ “บูรณาการ” หน่วยงานที่เกี่ยวกับเรื่องสภาพภูมิอากาศ, น้ำ, ภัยพิบัติและทรัพยากรธรรมชาติเข้ามาทำงานร่วมกัน ภายใต้ระบบซิงเกิ้ลคอมมานด์ และยังเป็นสำนักงานและฝ่ายเลขานุการที่ดูแลโปรเจกยักษ์ “โครงการบริหารจัดการน้ำวงเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท” และยังเป็นหน่วยงานที่ “อดีตรองนายกฯ ปลอดประสพ สุรัสวดี” วาดฝันหมายมั่นว่าจะแปลงโฉมให้ “สบอช.” เป็น “กระทรวงน้ำ”

                แต่ในปัจจุบัน ฝันและแผนที่วางไว้ในตึก สบอช.ก็ต้องพับเก็บตั้งแต่ก่อนการยึดอำนาจ เพราะตัวของโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โดนตรวจสอบรายวันจากสังคม แม้จะได้ชื่อบริษัทที่เข้ามาทำโครงการครบทุกโมดูล แต่ก็มีคำสั่งศาลปกครองให้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างรอบด้าน จึงต้องกลับมาตั้งหลักเปิดเวทีฟังความเห็น และถูกต่อต้านเกือบทุกเวที จนทำให้ปฏิทินต่างๆ ที่วางไว้ในการใช้เงินกู้ก้อนโตต้องเลื่อนออกไปตลอดเวลา จนถึงขณะคดียังค้างอยู่ในศาลปกครอง

                และ ณ ปัจจุบันนี้ มีสัญญาณค่อนข้างชัดจาก คสช.ในการทบทวนโครงการ จึงทำให้หน่วยงาน สบอช.ที่เกิดขึ้นมาด้วยภารกิจใหญ่หลังจากน้ำท่วมเมื่อปี 2554 กำลังง่อนแง่น มีเพียงการอัพเดทสถานการณ์น้ำรายวันผ่านเว็บไซต์ในแต่ละวัน แต่ทว่างานในภาพใหญ่กลับเคลื่อนเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เพราะ คสช.เองยังไม่ได้มีนโยบายหรือความชัดเจนสำหรับงานในส่วนของการแก้ปัญหาน้ำท่วมว่าจะยังใช้บริการ “สบอช.” อีกหรือไม่ จึงทำให้ข้าราชการที่ สบอช.เรียกตัวมาให้ช่วยราชการ ก็เฝ้ารอว่าหน่วยงานนี้จะยังมีอยู่หรือไม่หรือทำงานต่ออย่างไร

                หวังว่า คสช.จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับ สบอช.ในเร็วๆ นี้!!

......................................

(หมายเหตุ : คสช.อย่าลืม'สบอช.' : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง สำนักข่าวเนชั่น)