คอลัมนิสต์

ลงมือปฏิรูปที่หัวใจ

ลงมือปฏิรูปที่หัวใจ

23 มิ.ย. 2557

ลงมือปฏิรูปที่หัวใจ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2557

                คณะผู้บริหารงานกระทรวงศึกษาธิการ โดยกำกับของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมติให้ยกเลิกการประมูลเครื่องแท็บเล็ตสำหรับนักเรียนที่รัฐบาลก่อนเคยแจกจ่ายให้เด็กทั่วประเทศไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนั่นก็ไม่ได้หมายความว่า คสช.จะไม่สนับสนุนให้เยาวชนของชาติได้เข้าถึงคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต เพราะต้องยอมรับความจริงว่า โลกทุกวันนี้ตองพึ่งพิงการติดต่อสื่อสารผ่านทางโซเชียลมีเดียอย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ ความจริงข้อนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการพึงต้องกลับไปจัดทำแผนการใช้อินเทอร์เน็ตภายในโรงเรียนกันใหม่ เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่ามากที่สุด เพราะก็ทราบกันดีว่า การประมูลแท็บเล็ตของกระทรวงศึกษาธิการที่ผ่านมานั้น มีปัญหามากมายสารพัดอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความโปร่งใสที่ไม่อาจยอมรับได้

                ในขณะเดียวกัน นอกจากเรื่องดังกล่าว ซึ่งเป็นแต่เพียง "อุปกรณ์" สำหรับการเรียนการสอนเท่านั้น ยังมีประเด็นที่ คสช.น่าจะพิจารณาให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ และลงมือวางแนวนโยบายเป็นการเร่งด่วนก็คือ การปฏิรูปการศึกษา ควบคู่ไปกับการจัดระเบียบสังคม อย่างเช่น มาตรการจัดระเบียบรถตู้ วินมอเตอร์ไซค์ หวยเถื่อน การจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหด ทวงหนี้ด้วยวิธีป่าเถื่อน การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ตรวจสอบธุรกรรมของธุรกิจมืด เช่น คอลเซ็นเตอร์ ยาเสพติด การพนัน และล่าสุดยังรวมถึงปัญหาการค้ามนุษย์ ที่ประเทศไทยถูกสหรัฐอเมริกาลดอันดับเป็นประเทศที่ค้ามนุษย์ระดับรุนแรง

                อย่างไรก็ตาม ต้องยอมความจริงในข้อที่ว่า ทุกวันนี้คุณภาพการศึกษาของชาติอยู่ในภาวะตกต่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การพร่ำพูดถึงการปฏิรูปการศึกษา กลายเป็นแต่เพียงยาหอมที่นักการเมืองเอาไว้หาเสียงเรียกคะแนนนิยมเท่านั้น เพราะเอาเข้าจริงระดับนโยบายก็ไม่สามารถเข้าไปกำกับการบริหารปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะการบริหารจัดการในกระทรวงศึกษาธิการได้ ตัวอย่างความล้มเหลวจากกรณีแจกแท็บเล็ตให้เด็กนักเรียน เป็นเครื่องบ่งชี้ได้เป็นอย่างดีว่า ในคำกล่าวอ้างเรื่องปฏิรูปการศึกษานั้นเอง ก็ยังมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแฝงฝังอยู่ และควรจะต้องเร่งลงมือปฏิรูป "กระทรวง" เสียก่อนด้วยซ้ำ ขณะเดียวกันเมื่อสำรวจตรวจสอบปัญหาหลายอย่างที่สุมรุมกันอยู่ในสังคมไทยขณะนี้ ดังเช่นที่ คสช.กำลังเร่งรัดปัดกวาดอยู่นั้น ก็จะพบว่า ลึกๆ แล้วมีรากเหง้ามาจากการศึกษาของชาติที่ตกต่ำลงนั่นเอง

                สำหรับนโยบายสลายสีเสื้อ เพื่อเรียกความปรองดองของคนในชาติกลับคืนมา ที่คสช.กำลังดำเนินการพร้อมๆ กันทั่วประเทศนั้น ย่อมไม่มีใครปฏิเสธ กระนั้น เมื่อพิจารณาลงลึกว่า เป็นมาตรการอันที่จะทำให้ทุกฝ่ายหยุดยั้งความเกลียดชัง พร้อมที่จะเข่นฆ่ากันและกันเอาไว้ชั่วคราว แต่เป็นแผนงานเร่งด่วนเฉพาะหน้า กล่าวสำหรับแนวทางที่จะทำให้คนในชาติได้เรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขแบบยั่งยืนก็คือ การปฏิรูปการศึกษา ทำให้การศึกษาเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคน ทุกชุมชน ทุกหน่วยในสังคม ไม่ใช่จำกัดอยู่แต่เฉพาะในห้องเรียนเพื่อให้ทุกคนในชาติสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึง แนวทางนี้จึงน่าจะเป็นการวางรากฐานความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติโดยแท้จริง