คอลัมนิสต์

แชร์ลูกโซ่

แชร์ลูกโซ่

29 มิ.ย. 2552

หลายคนคงเคยตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ เพราะต้องยอมรับว่าธุรกิจผิดกฎหมายแบบนี้มีการพัฒนารูปแบบและวิธีการในการหลอกลวงชาวบ้านได้อย่างแนบเนียนและมีผลประโยชน์ล่อใจที่สูงมาก เรียกว่าแทบจะไม่เชื่อเลยว่าตัวเองกำลังถูกหลอกอยู่เสียด้วยซ้ำ

สำหรับคนที่ยังไม่เคยตกเป็นเหยื่ออาจจะเคยได้ยินเรื่องราวของแชร์ลูกโซ่และพิษสงของอาชญากรรมประเภทนี้มาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าแชร์แบบนี้จะมีรายละเอียดมากน้อยแค่ไหนจึงจะเรียกว่าถูกหลอก เพราะไม่แน่ว่าสักวันเราจะเข้าไปอยู่ในขบวนการนี้โดยไม่รู้ตัว

 ภัยชาวบ้านที่เกิดจากความไม่รู้นับวันจะเป็นปัญหาคุกคามชีวิตความเป็นอยู่มากขึ้น เหมือนกับต้องต่อสู้กับสิ่งที่มองไม่เห็น แต่เมื่อทุกอย่างสายเกินไปแม้แต่ใครก็ไม่อาจช่วยเหลือได้นอกจากตัวเองที่ต้องเรียนรู้ให้เท่าทันคนโกงเพื่อป้องกันไว้ก่อนเท่านั้น

 อาชญากรรมประเภทนี้อาศัยความโลภและความไม่รู้ของมนุษย์เป็นต้นทุนในการกระทำผิด นอกจากนั้นในบางครั้งได้คนที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเป็นตัวช่วยสมอ้างให้การฉ้อโกงชาวบ้านดูเป็นจริงเป็นจังมากขึ้นไปอีก ด้วยความโลภและความไม่รู้จึงเป็นเหตุให้ชีวิตชาวบ้านต้องตกอยู่ในหายนะสูญเสียทรัพย์สินและความสุขในชีวิตเป็นอย่างมาก หากจะมองว่าช่วยไม่ได้สมัครใจตกเป็นเหยื่อเองทำไมใครต่อใครต้องเข้าไปช่วยเหลือด้วย คงคิดแบบนั้นไม่ได้เพราะดูตัวเลขแล้วจะเห็นว่าความเสียหายที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมแล้วนับร้อยหรือพันล้านบาท ถ้าจะบอกว่าเรื่องแชร์ลูกโซ่เป็นเรื่องตัวใครตัวมันหลงเข้ากองไฟไปเองไม่ได้แน่

 ผมมองว่าเป็นหน้าที่ของรัฐต้องปกป้องดูแลเรื่องนี้ให้ชาวบ้านตามวิถียุติธรรม เพราะต้องยอมรับว่าสังคมไทยยังมีจุดอ่อนของการช่วยเหลือและสนับสนุนให้ชาวบ้านได้เข้าถึงความยุติธรรม ไม่ว่าจะในรูปแบบของการให้ความรู้ด้านกฎหมาย หรือทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ชาวบ้าน

 เมื่อสภาพสังคมบ้านเราเป็นเช่นนี้ การที่จะให้ชาวบ้านต้องเสี่ยงกับความไม่รู้หรือรู้แต่ไม่เท่าทันคงไม่เป็นธรรมแน่ๆ หรือแม้กระทั่งการปล่อยปละละเลยให้คนขี้โกงรวมหัวกันหลอกชาวบ้านที่ไม่รู้เพื่อให้ตัวเองและพรรคพวกได้ไปซึ่งทรัพย์สินของชาวบ้านแบบที่เรียกว่าปล้นเงียบ และยิ่งให้เรื่องราวแบบนี้ขยายตัวมากขึ้นโดยไม่หาทางป้องกันและแก้ไข คงคาดเดาได้ว่าต้องส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวมไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เรื่องแชร์ลูกโซ่จึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแต่เป็นวิถียุติธรรมระดับชาติเพราะพิษภัยของมันนั่นเอง

 การป้องกันไม่ให้ชาวบ้านตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่จึงควรถือว่าเป็นนโยบายในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้ชาวบ้าน การทำงานอย่างเป็นรูปธรรมในเรื่องนี้นอกเหนือจากการปราบปรามจึงต้องเร่งให้ความรู้แก่ชาวบ้านอย่างทั่วถึง และต้องให้ชาวบ้านได้เข้าใจอย่างง่ายๆ ด้วยวิธีการที่เข้าถึงชาวบ้าน ไม่ใช่การเรียกมานั่งฟังการบรรยายกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 ในยุคที่เศรษฐกิจทั้งในประเทศและนอกประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ยิ่งเป็นปัจจัยเร่งให้พวกขี้โกงคิดหาวิธีการมาหลอกลวงชาวบ้านได้ง่ายยิ่งขึ้น และต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรงมีไม่เพียงพอที่จะสอดส่องดูแลว่าชาวบ้านที่กำลังหากินสู้วิกฤติเศรษฐกิจกันอยู่มีกลุ่มไหนที่ตกเป็นเหยื่อบ้าง หรือกลุ่มไหนที่กำลังคิดจะโกงเขาอยู่ เมื่อรู้หรือสืบทราบได้ก็พบว่าเสียหายกันเป็นร้อยเป็นพันล้านกันไปแล้ว หรืออีกกรณีหนึ่งคือเมื่อจำเป็นต้องเข้าไปขัดขวางเครือข่ายหลอกลวงก็จะส่งผลให้เหยื่อไม่ได้รับผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมายอีกต่อไป ซึ่งในกรณีนี้อาจจะเกิดความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ได้เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง

 ชาวบ้านต้องต่อสู้กับภัยคุกคามหลายรูปแบบ ยุติธรรมรากหญ้ายังต้องการน้ำเลี้ยงอีกมาก