คอลัมนิสต์

ทางรอดอิหร่านท่ามกลางจลาจล

ทางรอดอิหร่านท่ามกลางจลาจล

29 มิ.ย. 2552

สองสัปดาห์แล้วที่คนอิหร่านหลายแสนพากันออกมาประท้วงรัฐบาลที่โกงการเลือกตั้ง กระจายระบายไปสู่การชุมนุมและปะทะกันหย่อมๆ ตามที่ต่างๆ ถึงแม้ว่าวันนี้ยังดูไม่ออกว่าใครจะชนะ แต่ยังมีโอกาสไม่มากนักที่ระบอบนักบวชของอิหร่านจะล้มครืนลง การแสวงหาจุดลงตัวยังเป็นงานหล

 ปัญหาหลักเวลานี้อยู่ที่รัฐบาลประธานาธิบดี มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด ทำหูทวนลมต่อการเรียกร้องของประชาชน มีปิดกั้นสื่อ การจับกุมแกนนำฝ่ายตรงข้าม ทั้งยังใช้หน่วยรบพิเศษและ "พวกเสื้อน้ำเงิน" ปะทะกับมวลชนอีกด้วย โดยหวังว่าฝ่ายหัวก้าวหน้าที่ออกมาเรียกร้องให้นับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีกันใหม่จะรามือไปเองในที่สุด ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ เพราะจำนวนผู้ประท้วงในถนนก็ลดลง แต่ปล่อยไปอย่างนี้ไม่ดีแน่ เพราะความขัดแย้งยังคงอยู่ ความเสื่อมทางการเมืองย่อมนำไปสู่ความเสื่อมทางอื่นด้วย

 ในชั้นแรก ระบอบนักบวช ผู้คุ้มกฎซึ่งมีอำนาจสูงสุดตัวจริงของประเทศ ออกมาค้ำบัลลังก์ให้ อาห์มาดิเนจาด เพราะไม่อยากให้พวกหัวก้าวหน้าปกครองยากขึ้นมาบริหารประเทศอีก แต่ตอนนี้ไฟแห่งการประท้วงกินลามมายังพวกเขาด้วย ทำให้คณะนักบวชอาจจะต้องพิจารณาย่างก้าวใหม่อีกครั้ง การปิดปากประชาชนไม่ให้ด่ารานมาถึงตัวได้มีทางเดียวคือ คืนความยุติธรรมให้ฝ่ายประท้วงบ้าง ไม่ถึงขนาดต้องมอบให้ทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นผลได้หรือไม่ ขึ้นกับการต่อรองและถ่วงน้ำหนักการเอื้อประโยชน์ให้แต่ละฝ่ายได้ดุล อย่าลืมว่าฝ่ายผู้ปกครองเคร่งศาสนาก็ใช่ว่าจะมีแนวคิดเดียวกับรัฐบาลโลกิยะขวาจัดเหมือนกัน

 อิหร่านเป็นประเทศที่เจริญพอสมควร รายได้จากพลังงานนั้นมหาศาล คนมีความสามารถสูง และรักชาติ รักศาสนา พลังเช่นนี้ถ้าควบคุมบังคับทิศทางให้ดี ประเทศจะยิ่งใหญ่ทะยานไกลกว่านี้

 เท่าที่ผ่านมาถือว่าคณะผู้คุ้มกฎทำได้ดีในระดับหนึ่ง ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มหัวก้าวหน้าเติบโตได้ในกรอบ ไม่ใช่ปราบซะเหี้ยนแบบที่ตาลีบันทำกับคาบูลยุคนั้น

 ดังนั้นจึงพอมองออกได้ว่าพัฒนาการของพลังหัวก้าวหน้าจะไม่ได้พัฒนาไปเป็นขี้ข้าตะวันตกจ๋า และลดทอนขีดความสามารถด้านต่างๆ ของชาติอารยันลงไป เรื่องนี้ชาติตะวันตกก็รู้ดี จึงยังหากำไรเหมาะๆ จากงานนี้ยังไม่ได้ เพราะไม่ว่าหัวก้าวหน้าหรือหัวอนุรักษ์ต่างก็สนับสนุนนิวเคลียร์และต่อต้านลัทธิจักรวรรดินิยมทั้งนั้น