คอลัมนิสต์

พันธสัญญาดึงเชื่อมั่นต่างชาติ

พันธสัญญาดึงเชื่อมั่นต่างชาติ

12 มิ.ย. 2557

พันธสัญญาดึงเชื่อมั่นต่างชาติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่12มิ.ย.2557

             การเดินหน้าประเทศไทยเพื่อคืนความสงบสุข ยังมีภารกิจอีกมากพอสมควรที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ต้องดำเนินการแข่งขันกับเวลาเพื่อให้เป็นไปตามที่ประกาศโรดแม็พไว้ หากพิจารณาก็อาจแยกได้ 2 ด้าน ด้านแรกคือการจัดการภายในประเทศ และอีกด้านคือเรื่องต่างประเทศ โดยเฉพาะการเรียกร้องให้ไทยรีบกลับคืนสู่ประชาธิปไตยอย่างเร็ว โดยสถานการณ์ภายในประเทศปัจจุบันแม้จะดูว่าคลี่คลายลงไปแล้ว แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวหลังจากเกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง รวมทั้งเรื่องการสร้างสมานฉันท์ปรองดองของคนในชาติที่ยังไม่รู้ว่าจะสามารถสลายสีเสื้อได้แค่ไหน แต่อย่างน้อยควรให้ทุกกลุ่มแม้จะมีความเห็นการเมืองต่างกันแต่อยู่ร่วมกันได้และยึดหลักกฎหมายเท่าเทียมกัน

             คณะรักษาความสงบแห่งชาติ พยายามเร่งผลักดันนโยบายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการปฏิรูปประเทศ ประกอบด้วย 1.ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและขจัดปัญหาทุจริต 2.ปฏิรูปโครงสร้างภาษีอย่างเป็นธรรม 3.ทบทวนโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยเน้นให้มีการจัดเก็บภาษีจากคนที่มีรายได้สูงมากขึ้น และดึงผู้มีรายได้เข้าระบบมากขึ้น 4.ส่งเสริมการค้าชายแดน ผ่านการจัดตั้งเศรษฐกิจพิเศษ 5.ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าขั้นกลาง และขั้นปลาย เพื่อการส่งออกให้มากขึ้น 6.ทบทวนกองทุนนอกงบประมาณต่างๆ อาทิ กองทุนหมู่บ้าน กองทุนสตรี หากเป็นกองทุนที่มีประโยชน์พร้อมทบทวน และ 7.ส่งเสริมให้มีการดูแลเกษตรกรชาวนาอย่างเป็นระบบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของใหม่มีการพูดกันมานานแล้วแต่ที่ผ่านมาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จริง

             ส่วนการจัดการในด้านต่างประเทศก็เป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะเกี่ยวพันถึงภาพลักษณ์ประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ให้บรรดาคณะทูตานุทูตของไทยที่ประจำอยู่ในแต่ละประเทศเป็นช่องทางหนึ่งในการชี้แจงให้นานาประเทศเข้าใจในเหตุผลความจำเป็นที่กองทัพต้องออกมาควบคุมการปกครองประเทศ และส่วนสำคัญคือการนำโรดแม็พของคณะรักษาความสงบแห่งชาติไปแจงให้เหล่ามิตรประเทศทราบถึงขั้นตอนและกรอบเวลาในการปฏิรูปประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรอบเวลาที่ไทยจะมีการเลือกตั้งกลับสู่ประชาธิปไตย เพราะนั่นเท่ากับไม่ใช่เพียงแค่การกล่าวลอยลมแต่เหมือนเป็นคำมั่นสัญญาต่อนานาประเทศว่าประเทศไทยขอเวลาในห้วงนี้แล้วจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ

             บริบทที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้พูดในวงหารือกับบรรดาทูตไทยในต่างแดน ช่วงหนึ่งว่า การที่ คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองในครั้งนี้จะให้ทุกประเทศเห็นชอบในสิ่งที่ คสช.ดำเนินการคงเป็นไปไม่ได้ ไทยจะไม่ไปต่อต้านประเทศที่เห็นต่าง หน้าที่ของเราคือเร่งทำความเข้าใจและคาดหวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลายลงเมื่อประเทศเหล่านั้นได้ทราบเจตนารมณ์ของ คสช. และให้ยืนยันว่า คสช.ต้องการให้ระบอบประชาธิปไตยในประเทศมีความสมบูรณ์ มีฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ประกอบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นั่นคือคำพูดที่จะใช้เป็นเครื่องการันตีต่อนานาอารยประเทศได้เป็นอย่างดี และเป็นการดึงความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา รวมทั้งเห็นถึงเส้นทางเดินของประเทศไทยได้อย่างชัดเจน