
คำสั่ง...ตามอำนาจของผู้นำตำรวจ?
คำสั่ง...ตามอำนาจของผู้นำตำรวจ? : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
คำสั่งด่วนที่กำชับผู้บัญชาการและผู้บังคับการตำรวจทั่วประเทศรวม 10 ข้อ มีสาระที่น่าสนใจ แต่เกิดข้อสงสัยในข้อ 5 และข้อ 6 ความว่า
"ข้าราชการตำรวจทุกนาย ต้องมีความพึงพอใจ มีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงเกียรติ เป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อุทิศตัวทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขเพื่อประโยชน์สุขของสังคมโดยรวมและเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง” (ข้อ 5) และ "ส่งเสริมระบบคุณธรรมในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย โดยเตรียมการปรับปรุง แก้ไข กฎหมาย กฎระเบียบ คำสั่ง คำชี้แจงให้ทันสมัย และมีระบบป้องกันการคัดสรรแต่งตั้งระบบอุปถัมภ์ที่ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือผู้ใดเข้ามาครอบงำข้าราชการหรือระบบราชการ” (ข้อ 6)
ข้อสงสัยต่อคำสั่ง 2 ข้อดังกล่าวว่า ตำรวจระดับไหนควรต้องรับผิดชอบในการแก้ไขปรับปรุงและปฏิบัติเป็นหลักอย่างเข้มแข็ง...ใช่ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) หรือไม่? หรือว่า ระดับกองบัญชาการ กองบังคับการ หรือสถานีตำรวจ?
ข้อสงสัยประการแรก คือ หน้าที่ในการทำให้ข้าราชการตำรวจมีความพึงพอใจ มีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงเกียรติ เป็นข้าราชการที่ดีเป็นหน้าที่ของตำรวจระดับไหนมากที่สุด?
หากเริ่มตั้งประเด็นว่า รายได้ที่ไม่พอเพียงนำมาซึ่งการกระทำที่มิชอบโดยกระทำการหารายได้จนเสียเกียรติยศศักดิ์ศรีของความเป็นตำรวจแล้วนั้น อาจแบ่งการหารายได้ในโลกของตำรวจที่ทำให้เสียเกียรติ และศักดิ์ศรีแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ
1.การหารายได้เพื่อนำรายได้นั้นมาใช้ในการทำงานตามระบบงานบางประเภท หรือคำสั่งให้ปฏิบัติงานบางประการที่ไม่มีงบประมาณปกติมาสนับสนุนจึงส่งผลให้ตำรวจส่วนใหญ่ใช้วิธีการหารายได้ (ที่มิชอบ) ตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันเพื่อนำมาใช้ในการทำงาน ซึ่งระบบการหางบประมาณที่บิดเบี้ยวเช่นนี้ได้สร้างวัฒนธรรมการทำงาน ธรรมเนียมปฏิบัติที่นำไปสู่การคุ้นชินในการหารายได้ที่มิชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตนอันเกิดขึ้นจากการเห็นช่องทางในการแสวงหาประโยชน์ที่มิชอบต่อไปด้วย ดังนั้นรายได้ที่พอเพียงของผู้ปฏิบัติงานจะต้องมาควบคู่กับงบประมาณในการทำงานที่เหมาะสมเมื่อ ตร.สั่งงานหรือโครงการต่างๆ รวมถึงกองบัญชาการ และกองบังคับการด้วย นั่นหมายถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องปฏิบัติตามคำสั่งด้วยใช่หรือไม่?
2.การเกิดวิธีคิดที่ผิดพลาด อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการได้รับความอยุติธรรมในการทำงาน โดยเฉพาะในเรื่องคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล ได้ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการหารายได้ที่มิชอบขึ้นแทนความตั้งใจทำงาน
“อาจารย์บอกว่า ให้ขยันทำงาน ให้เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ดี ทีนี้อาจารย์เห็นรึยังว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ดีมันสู้ตั๋วแข็งๆ กับตังค์หนาๆ ไม่ได้หร้อก..” นายตำรวจพูดประชดประชันเมื่อคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายถูกประกาศออกมาโดยที่เหล่าบรรดาตำรวจทั้งหลายต่างรู้กันเป็นอย่างดีว่า ไม่ใช่ภาพสะท้อนของระบบบริหารงานบุคคลที่มีคุณธรรม
“คนที่ถูกย้ายไปเราก็รู้นะว่ามีที่มาอย่างไร และควรที่จะต้องไปเพราะอะไร แต่คนที่ย้ายมาแทนน่ะสิมันน่าจะให้ดูดีว่าจะทำให้องค์กรตำรวจดีขึ้นหรือทำให้ระบบงานตำรวจมีคุณธรรมมากขึ้น?"
“ตุนไว้วิ่งไง”
นี่คือความจริงที่ผ่านมาในโลกของตำรวจ ความจริงที่ใครๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้ และหากวิเคราะห์ด้วยใจเป็นธรรมแล้ว จะเห็นได้ว่า การกระทำที่ผิดพลาด จำเป็นต้องทรยศต่อตนเอง ทรยศต่ออุดมการณ์ของตนเอง หรือทำลายชื่อเสียงเกียรติยศของความเป็นตำรวจนั้น มิใช่เกิดจากรากเหง้านิสัยส่วนตัวของตำรวจผู้นั้น หากแต่เกิดขึ้นจากระบบที่บิดเบี้ยวได้ส่งเสริม ล่อหลอก และผลักดันให้พวกเขาติดกับดักและจำต้องกระทำการเช่นนี้ จริงอยู่ที่ส่วนหนึ่งจะมาจากความโลภ ความอยากส่วนบุคคล แต่หากผู้นำสูงสุดขององค์กรตำรวจพบว่าระบบมีผลผลักดันให้เกิดการกระทำที่เสื่อมเกียรติเช่นนี้ ผู้มีอำนาจทั้งหลายจึงควรกระทำการรื้อระบบเหล่านี้ และสร้างระบบในการทำงานที่สามารถทำให้ตำรวจสามารถปฏิบัติงานได้อย่างสมเกียรติและศักดิ์ศรีมิใช่หรือ?...อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของ ตร.เช่นกัน
ข้อสงสัยประการสุดท้ายคือ การส่งเสริมระบบคุณธรรมในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย โดยเตรียมการปรับปรุง แก้ไข กฎหมาย กฎระเบียบ คำสั่ง คำชี้แจงให้ทันสมัย และมีระบบป้องกันการคัดสรรแต่งตั้งระบบอุปถัมภ์ที่ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือผู้ใดเข้ามาครอบงำข้าราชการหรือระบบราชการนั้นเป็นหน้าที่ของตำรวจระดับไหนกันแน่?
หากวิเคราะห์ตามสภาพการณ์ของปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติกันต่อๆ กันมาจะเห็นได้ว่า หน่วยงานระดับล่างๆ มิใช่หรือที่ถูกแทรกแซงจนทำให้ระบบคุณธรรมในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายเสียระบบจนแทบจะไร้อำนาจในการสั่งงานเสียด้วยซ้ำ เพราะไม่สามารถให้พระเดชพระคุณได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นระดับสถานีตำรวจ กองบังคับการ หรือแม้กระทั่งระดับกองบัญชาการ เพราะถูกกินรวบจากหน่วยเหนือและอำนาจนอกองค์กร
“พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ตั๋วที่ส่งมา มันเกินจากรายชื่อน้องๆ ที่พวกเราเสนอขึ้นมา” นายตำรวจใหญ่พูดในที่ประชุมกองบัญชาการพร้อมกับเปิดซองสีน้ำตาลที่บรรจุตั๋วปึกใหญ่ออกมาวางตรงหน้า
มิใช่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง เพียงแต่ทำหน้าที่สะท้อนมุมมองบางประการว่า คำสั่งที่ดีนั้นจะเกิดประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อสั่งถูกคน!
“ผมทำไม่ได้ ผมไม่มีหน้าที่ทำ แล้วมาสั่งผม จะมีประโยชน์อะไร?”
เสียงสะท้อนจากตำรวจที่ได้รับคำสั่งดังกล่าวเพื่อให้นำไปปฏิบัติด้วยความงุนงง...สงสัย?
...ลาภ-ยศ-สุข-สรรเสริญ และเงินตรา เมื่อมรณาก็สูญลับดับตามตัว!!!



