
อย่าเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
30 ม.ค. 2552
ขณะที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ทยอยคลอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเป็นชุดๆ เพื่อบรรเทาวิกฤติการณ์เศรษฐกิจให้เร็วที่สุด แต่มาตรการหนึ่งที่กำลังเป็นปัญหาก็คือการที่กระทรวงแรงงานเสนอให้นายจ้างและลูกจ้างลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมฝ่ายละ
อันเป็นมาตรการหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาการเลิกจ้างงานที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่อยู่ในขณะนี้ แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) พยายามยื้อมาตรการนี้ออกไปชั่วคราว เมื่อสั่งให้สปส.นำข้อเสนอนี้ไปพิจารณาใหม่ในรายละเอียดให้ชัดเจนขึ้น แต่ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่แน่ชัดว่า จะต้องนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดอีกครั้งเมื่อใด
มตินี้มีขึ้นหลังจากที่ตัวแทนฝ่ายลูกจ้างคัดค้านข้อเสนอดังกล่าวโดยให้เหตุผลว่า ลูกจ้างไม่ได้ประโยชน์อะไร จากการลดเงินสมทบให้นายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละ 2.5% เพราะถึงแม้ว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของลูกจ้างได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ถือว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแค่เดือนละ 200-300 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน เทียบไม่ได้กับเงินกองทุน ซึ่งถือเป็นเงินสะสมในอนาคตของลูกจ้างที่จะหดหายไป ดังนั้นผู้ที่ได้ประโยชน์จากข้อเสนอนี้น่าจะเป็นฝ่ายนายจ้างมากกว่า
ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เห็นได้ชัดว่า เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลขาดการสร้างความเข้าใจอันดีให้ลูกจ้างให้ตระหนักว่าแท้ที่จริง ผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลดเงินสมทบ 2.5% ก็คือลูกจ้างไม่ใช่นายจ้าง ในเมื่อเป้าหมายสูงสุดของการให้ลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมฝ่ายละ 2.5% ก็คือ ให้นายจ้างมีสภาพคล่องมากขึ้นในเมื่อไม่ต้องจ่ายเงินสมทบแล้ว และเมื่อมีสภาพคล่องมากขึ้นจึงทำให้มีกำลังเก็บลูกจ้างเอาไว้ไม่ให้ตกงาน
นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีแรงงาน มีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องชี้แจงให้ทุกฝ่ายเห็นภาพชัดว่าถ้าดำเนินการตามโครงการนี้แล้วจะช่วยคนงานไม่ให้ตกงานมากน้อยเพียงใด โดยเบื้องต้นเชื่อว่าอาจสูงถึง 5 แสนคน รวมทั้งต้องให้คำประกันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทั้ง 7 กรณี คือ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ตาย ว่างงานและชราภาพ นอกเหนือจากชี้ว่าจะช่วยประหยัดเงินในกองทุนประกันสังคมกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยอาจจะมีคนตกงานมากเป็นประวัติการณ์ถึงกว่า 1 ล้านคน โดยลูกจ้างที่มีแนวโน้มจะถูกบอกเลิกจ้างงานมากที่สุดก็คือลูกจ้างในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์และอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ และผลิตเครื่องเรือนเฟอร์นิเจอร์



