
โมเดล'อีสานปรองดอง'จับมือ-ผูกเสี่ยว-เสวนาลดขัดแย้ง
เดินหน้าโมเดล'อีสานปรองดอง' จับมือ-ผูกเสี่ยว-เสวนาลดขัดแย้ง : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
แนวทางการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) เริ่มมีความชัดเจนขึ้นตามลำดับ แต่ก็ยังมีเครื่องหมายคำถามตัวโตว่า ในพื้นที่ที่มีระดับความแตกต่างทางความคิดสูง โดยหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ คือ พื้นที่ "ภาคอีสาน" ที่เป็นฐานที่มั่นใหญ่ที่สุดของคนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทย
พล.ต.ไชยพร รัตแพทย์ รองแม่ทัพน้อยที่ 2 ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ กอ.รมน.ภาค 2 กล่าวถึงแนวทางการสร้างความปรองดองในพื้นที่ภาคอีสานว่า ทาง กอ.รมน.กลาง มอบนโยบายให้กอ.รมน.ภาค เป็นศูนย์อำนวยการกำกับดูแลควบคุม กอ.รมน.จังหวัด ที่มีผู้ว่าฯ เป็น ผอ.รมน.จังหวัด เพื่อนำนโยบายการปฏิบัติลงไปสู่ในระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน
แนวทางที่ กอ.รมน. มอบนโยบายเอาไว้ คือ การจัดกิจกรรม "สร้างความสุข" ลงไปในระดับชุมชน-หมู่บ้าน เช่น การจัดกิจกรรมดนตรี และกิจกรรมการช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ ดังเช่นที่ จ.ปทุมธานี ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้
รวมทั้งการจัดกิจกรรม "สานเสวนา" เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนได้มีโอกาสพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสะท้อนปัญหาความต้องการของตน โดยหากเป็นปัญหาในระดับที่ชุมชน หรืออำเภอ-จังหวัด สามารถแก้ไขปัญหาได้เองก็ให้รีบอนุมัติดำเนินการได้ทันที แต่ถ้าเป็นปัญหาในระยะยาว หรือปัญหาเชิงโครงสร้าง ก็จะรวบรวมนำข้อมูลเสนอส่วนกลางเพื่อแก้ปัญหาต่อไป
ส่วนกำลังพลที่ลงไปในพื้นที่ไม่ได้มีแต่ทหารเท่านั้น แต่ยังมีเจ้าหน้าที่ในส่วนอื่น เช่น ตำรวจชุดมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่ หรือวิทยากรประจำอำเภอ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เป็นต้น โดยนอกจากการจัดกิจกรรมบันเทิงที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมประเพณี และกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนแล้ว ยังมีการชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการยึดอำนาจรัฐของคสช. เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันด้วย
"วัตถุประสงค์ของท่านหัวหน้าคสช. คือ ต้องการให้ระดับครอบครัวมีความสุข คนในครอบครัวสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และเมื่อสถานการณ์ผ่านพ้นระยะที่ 1 ไปได้อย่างเรียบร้อยแล้วก็จะสามารถขับเคลื่อนไปสู่การปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ ได้"
พล.ต.ไชยพร ระบุว่า หลังวันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นมา สามารถเปิดศูนย์ปรองดองฯ ได้ครบทั้ง 20 จังหวัดภาคอีสานแล้ว โดยไม่ได้กำหนดพื้นที่ใดเป็นพิเศษ พร้อมทั้งปฏิเสธการเตรียมจัดทำ "อุดรโมเดล" โดยยืนยันว่า สื่อมวลชนเข้าใจคลาดเคลื่อนไปเอง ซึ่งคสช.ไม่มีนโยบายดังกล่าว ทั้งนี้ หลังจากเริ่มทำกิจกรรมไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน จะมีการประเมินผลในช่วงวันที่ 15-30 มิถุนายน
สำหรับกิจกรรมเพื่อสร้างความปรองดอง หรือ "โมเดลปรองดอง" ในรูปแบบชาวอีสานที่ประเดิมทำไปแล้วก่อนหน้านี้ เช่น กรณีที่แกนนำกปปส.นครราชสีมา และแกนนำนปช.นครราชสีมา ได้ร่วมกันทำกิจกรรม "จับมือ" เพื่อแสดงสัญลักษณ์การสลายสีเสื้อ ณ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน
ขณะที่ จ.อุดรธานี เตรียมจัดเวทีเสวนา “สร้างความสุขอย่างยั่งยืน เดินหน้าประเทศไทย” เพื่อระดมความคิดของประชาชนตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จนถึงระดับจังหวัด โดยจะเริ่มตีฆ้องพร้อมกันทั้ง 20 อำเภอในวันที่ 11 มิถุนายน และจะมีการเชิญแกนนำต่างสีมา "ผูกเสี่ยว" เป็นเพื่อนกันด้วย
ด้าน จ.กาฬสินธุ์ ได้มีการจัดกิจกรรมเบื้องต้น โดยใช้กำลังพลทั้งทหาร ตำรวจ และบรรดาอดีตแกนนำนปช.กาฬสินธุ์ มาช่วยกันแจกแผ่นพับประชาสัมพันธ์แนวทางการคืนความสุขของคสช. ตามสี่แยกสำคัญในเขตเทศบาล รวมทั้งยังเตรียมแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ เช่น การแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม ฯลฯ ซึ่งจะดำเนินการหลังการจ่ายค่าจำนำข้าวด้วย
ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางคร่าวๆ ของโมเดลปรองดองภาคอีสาน ซึ่งจะมีรูปแบบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น หลังการประชุมมอบโนยบายของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่เพิ่งจะแต่งตั้ง พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ผอ.ศปป.) เพื่อรวบรวมความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ สรุปเป็น "โรดแม็พปรองดอง" ต่อไป
.........................
(หมายเหตุ : เดินหน้าโมเดล'อีสานปรองดอง' จับมือ-ผูกเสี่ยว-เสวนาลดขัดแย้ง : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)



