คอลัมนิสต์

ประชานิยมแบบทหารคำตอบของคสช.วันนี้

ประชานิยมแบบทหารคำตอบของคสช.วันนี้

04 มิ.ย. 2557

ประชานิยมแบบทหาร คำตอบของคสช.วันนี้ : ขยายปมร้อน สำนักข่าวเนชั่น โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

              การยึดอำนาจผ่านไปแล้วร่วม 2 สัปดาห์ เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรไปมากมาย โดยเฉพาะหากเปรียบเทียบกับตัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในปีนี้ กับ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ทำรัฐประหารเมื่อปี 2549

              จะเห็นได้ว่า คสช. เรียนรู้จากปี  2549 ค่อนข้างมากโดยเฉพาะเรื่องความผิดพลาด และการใช้อำนาจ เรียกได้ว่า คสช.ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ภารกิจครั้งนี้ "เสร็จ" จริงๆ เสียที

              เราจึงเห็นการกระทำชนิดที่ภาษานักเลงเรียกว่า "ใจต้องเหี้ยมพอ" จาก คสช. ที่ต้องการให้การรัฐประหารครั้งนี้บรรลุวัตถุประสงค์ ด้วยการไม่เร่งคืนอำนาจ และเก็บอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ไว้กับตัวไว้ให้ยาวนานที่สุด อย่างน้อยก็เพื่อจัดการปัญหาและรอให้สถานการณ์สงบเสียก่อน 

              ดังนั้น จึงไม่แปลกว่าคำพูดของ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" จะไม่ผูกมัดว่าวันเวลาไหนจะมีธรรมนูญการปกครองชั่วคราว เมื่อไหร่จะมีรัฐบาลแบบที่เราคุ้นเคย แทนการบริหารงานในรูปแบบบอร์ดจาก คสช.  หรือกระทั่งไม่บอกว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ แต่ที่ได้ยินจะมีคำว่า "เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม" หรือ "เมื่อเกิดความสงบ" นั่นแปลว่าตราบใดที่ยังเกิดเงื่อนไข คสช.ก็จะยังไม่คืนอำนาจ 

              ยกเว้นว่าหากทุกอย่างไม่เข้าเงื่อนไขของ คสช. "พล.อ.ประยุทธ์" เองก็ย่อมไม่อาจมีเงื่อนไขที่จะไม่คืนอำนาจเช่นกัน

              นอกจากนี้เรายังเห็นการเข้าคุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งการควบคุมสื่อ การจัดการป้องกันการชุมนุมจากผู้ที่ต้านรัฐประหาร การเรียกคนเข้ารายงานตัวเป็นจำนวนมาก และประกาศฉบับอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย

              แต่ในอีกทางหนึ่ง ใช่ว่าพวกเขาจะไม่รับรู้ถึงความกดดันของความเป็น "คณะรัฐประหาร" จึงได้เร่งเดินหน้าเรื่องเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความยอมรับทั้งในภาคเอกชน ในประเทศ รวมถึงต่างประเทศ แม้จะถูกหลายประเทศมหาอำนาจในโลกประชาธิปไตยลดระดับความสัมพันธ์ลงก็ตาม

              โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำปรามาสที่ว่า ที่ผ่านมา "คณะรัฐประหาร" มักจะอ่อนด้อยด้านเศรษฐกิจ และเป็นฝ่ายทำให้ประเทศอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเสียมากกว่า ภาพรัฐบาล "ขิงแก่" ยังตามมาหลอกหลอน

              ครั้งนี้จึงมีการทำการบ้านมาเป็นอย่างดี โดยการตั้งทีมเศรษฐกิจของตนเองในนาม  "ทีมที่ปรึกษา คสช."  รายชื่อที่ออกมาถือว่าไม่ขี้ริ้ว เพราะมีทั้ง "ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล" "ณรงค์ชัย อัครเศรณี" และ "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์"

              นอกจากนี้โครงการต่างๆ ที่ออกมานั้นดูอย่างไรก็เป็น "ประชานิยม" ไม่ว่าจะเป็นการตรึงราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาน้ำมันดีเซล ดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย จ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าว แม้กระทั่งการประกันภัยพิบัติให้ชาวนา

              นอกจากนี้ยังเตรียมปัดฝุ่นโครงการเมกะโปรเจกท์ต่างๆ รวมไปถึงการเตรียมออกกฎหมายเรียกความนิยม ที่รู้ๆ กันอยู่ อย่างน้อยก็สองฉบับคือ พ.ร.บ.ติดตามการทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ถูกทวงอย่างไม่เป็นธรรม หรือประจานให้ได้รับความอับอาย และ พ.ร.บ.ภาษีที่ดิน ที่หลายยุคหลายสมัยของนักการเมืองถูกกระตุ้นให้ผ่านกฎหมายนี้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางฐานะ แต่ก็ถูกละเลยมาเรื่อยๆ หลายคนจึงแอบมีความหวังกับ คสช.

              เราเคยผ่านแต่ประชานิยมในแบบนักการเมือง แต่คราวนี้เราต้องเจอประชานิยมในแบบทหารบ้าง ซึ่งยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร จะถูกต่อต้านเหมือนที่นักการเมืองทำหรือไม่ หรือกฎหมายดีๆ จะถูกผลักดันให้คลอดออกมาได้ หรือจะคลอดออกมาพิกลพิการก็เป็นเรื่องที่ต้องจับตาดู

              ใช่ว่าเราจะไม่เคยเห็นประชานิยมในแบบทหาร เพราะประวัติศาสตร์ก็มีให้ศึกษาในสมัย "จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์" มาแล้ว

              แม้เขาจะทำให้หลายคนรักจากประชานิยม แต่สุดท้ายเมื่ออำนาจเปลี่ยนขั้วความจริงก็เปิดเผยว่า ภายใต้ประชานิยมเขาเองนั้นรวยขึ้นอย่างมหาศาล เราหวังว่า "พล.อ.ประยุทธ์" คงไม่เดินตามรอยรุ่นพี่

------------

(หมายเหตุ : ประชานิยมแบบทหาร คำตอบของคสช.วันนี้  : ขยายปมร้อน สำนักข่าวเนชั่น โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)