คอลัมนิสต์

ขุดรากถอนโคนตำรวจ

ขุดรากถอนโคนตำรวจ

04 มิ.ย. 2557

ขุดรากถอนโคนตำรวจ : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

              จงเปิดใจและยอมรับว่าประชาชนคนไทยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตำรวจน้อยมาก ดังนั้นการที่จะกล่าวอ้างว่าประชาชนอยากให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ อยากให้ตำรวจปรับโครงสร้างเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ จึงเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจากความเป็นจริง ขาดความเชื่อถือได้

              ประชาชนรู้แต่เพียงว่าพวกเขาต้องการให้ตำรวจปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างตำรวจมืออาชีพ กล่าวคือ สามารถปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขาได้จนพวกเขารู้สึกว่าใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่ปลอดภัยมิใช่ต้องหวาดหวั่นกลัวภัยจนต้องระวังตัวตลอดเวลาในการใช้ชีวิต

              ประชาชนต้องการตำรวจที่มีบุคลิกภาพและมีท่าทีของผู้นำที่เป็นแบบอย่างของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีความขยันขันแข็งในการทำงานที่ใกล้ชิดประชาชนทุกระดับ ยิ้มแย้มแจ่มใสมีมิตรไมตรี พร้อมดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เต็มใจ เต็มศักยภาพนึกแม้ว่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ ไม่มีอำนาจวาสนาใดๆ

              ประชาชนต้องการตำรวจที่มีความกล้าหาญ เข้มแข็ง อดทน ที่สะท้อนให้เห็นว่าสามารถปกป้องภัยให้กับพวกเขาได้ มิใช่ตำรวจที่คอยเดินตามผู้มีอิทธิพล หรือคหบดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของตำรวจที่คอยดูแล รับใช้ รินเหล้า เติมน้ำแข็งให้แก่นักการเมืองในทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับท้องถิ่นเป็นสิ่งที่สร้างความหวาดวิตกเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากประชาชนชาวบ้านในแต่ละชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละสถานีตำรวจนั้นต่างมีความรู้และตระหนักดีว่าบุคคลเหล่านั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร การระมัดระวังตัวและรักษาระยะห่างที่เหมาะสมของตำรวจจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อรักษาอัตลักษณ์ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไว้ให้มั่นคง

              ประชาชนต้องการเห็นตำรวจเดินออกมาหาพวกเขามากกว่าที่จะให้พวกเขาเดินเข้าไปหา ถึงแม้ว่าในปัจจุบันสถานีตำรวจหลายแห่งจะปรับรูปโฉมให้ดูเหมือนธนาคาร หรือบางแห่งใกล้เคียงกับส่วนต้อนรับของโรงแรมหรูก็ตาม ซึ่งนอกเหนือจากความสวยงามและดูดีของสถานที่แล้วนั้น สิ่งที่ประชาชนต้องการจากตำรวจมากกว่าคือ การให้บริการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่รวดเร็ว และสะท้อนความเป็นตำรวจมืออาชีพอย่างแท้จริง

              ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า สภาพแวดล้อมทางกายภาพของสถานีตำรวจเป็นสิ่งที่จำเป็นและเหมาะสมที่จะต้องพัฒนาอย่างยิ่งเพราะถ้าหากพิจารณาให้ถ่องแท้จะเห็นว่า โรงพักส่วนใหญ่โทรมมากกว่าสถานที่ทำงานขององค์การบริหารส่วนตำบลเสียอีก และความจริงที่ประชาชนไม่รู้ก็คือโรงพักที่ได้รับการปรับปรุงให้พอดูดีนั้นมิได้เกิดขึ้นจากเงินงบประมาณที่ตำรวจได้รับ หากแต่เหล่าบรรดาตำรวจในสถานีตำรวจแต่ละแห่งนั้นต้องหางบประมาณด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อทำให้โรงพักซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของพวกเขาในการให้บริการแก่ประชาชนพอดูดีกว่าที่ผ่านมา...ขอท้าทายให้ศึกษาข้อมูลดูว่ามีหน่วยงานของรัฐสักกี่แห่งที่มีวัฒนธรรมการบริหารจัดการเช่นนี้? โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม...

              รายได้พิเศษของตำรวจจะหามาจากแหล่งใดหากไม่ใช้เงินงบประมาณ...หรือว่าจะให้ตำรวจไปเป็นยาม!!

              แค่งานเลี้ยงปีใหม่...หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมหลายแห่งยังไม่อนุญาตให้ใครนำอาหารมาร่วมเลี้ยงฉลองเพื่อป้องกันเป็นหนี้บุญคุณ...เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการบิดเบี้ยวในการดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมแต่ตำรวจกลับต้องขอ...ขอ...และขอ แน่ใจได้อย่างไรว่าคนที่บริจาคให้ตำรวจไม่หวังผลตอบแทนที่มีผลต่อการดำรงความยุติธรรม?

              “ทำงานกับตำรวจ...ทำไมตำรวจชอบถามแต่เรื่องงบประมาณ” แกนนำในกลุ่มเอ็นจีโอตั้งคำถามต่อตำรวจในคราวที่ประชุมร่วมเพื่อวางแผนในการปรับปรุงระบบงานของตำรวจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

              แม้กระทั่งกลุ่มคนทำงานที่นิยามตนเองว่าเป็นนักพัฒนาและมุ่งหวังจะปฏิรูประบบงานตำรวจ ก็ยังสะท้อนให้เห็นวิธีคิดที่ไม่เข้าใจรากเหง้าที่มาของความประพฤติที่มิชอบในวงการตำรวจซึ่งเกิดขึ้นจากความบกพร่องของระบบไม่ใช่ปัญหาของตัวบุคคล มิใช่เป็นเพียงแค่ปัญหาเชิงโครงสร้างเท่านั้น แต่มีมิติปัญหาเชิงวัฒนธรรมการทำงานด้วยซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าปัญหาโครงสร้าง

              "ในเมื่อคุณอยากให้ตำรวจมีระบบงานที่ดี มีวิธีการทำงานที่ดีขึ้น ดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม แต่คุณยังใจแคบและไม่ยอมรับรู้ว่าตำรวจไม่สามารถทำงานให้ดีขึ้นได้โดยไม่มีงบประมาณที่เพียงพอ และยังปล่อยให้ตำรวจต้องหางบประมาณเองอยู่ร่ำไป การบังคับใช้กฎหมายด้วยความยุติธรรมและเข้มแข็งจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่บางคนอาจจะดัดจริตไม่กล้าหาญพอที่จะพูดความจริงนี้ แต่ผมยืนยันว่านี่คือความจริง” นายตำรวจใหญ่พูดเสียงดังฟังชัด

              “ตำรวจมาชวนพวกเราเป็นภาคีเครือข่าย ชวนให้ทำงานป้องกันอาชญากรรมในชุมชนของพวกเรา แต่เขาบอกว่าโครงการนี้ไม่มีเงินนะ แถมซ้ำยังบอกว่าให้พวกเราช่วยกันระดมเงินทุนจากแหล่งต่างๆ มาไว้สำหรับทำงานนี้ อย่างนี้ใครจะทำ ชาวบ้านทำงานกับเขต ทำงานกับสาธารณสุขเขาก็มีงบประมาณมาให้ชาวบ้านทั้งนั้น แต่ตำรวจกลับบอกว่าให้เราหางบมาแล้วใครจะมาทำ แล้วงานอาชญากรรมมันยากกว่างานของเขต งานของสาธารณสุขอีก ต้องขัดแย้งกับพวกที่มีปัญหา เสี่ยงอันตรายด้วย แต่ไม่มีงบมันจะเป็นไปได้ยังไง” ชาวบ้านพรั่งพรูคำถามที่มีต่อตำรวจภายหลังจากที่ตำรวจได้ชักชวนชาวบ้านทำโครงการแก้ไขและป้องกันอาชญากรรมโดยไม่มีงบประมาณมาสนับสนุนโครงการ

              ยอมรับความจริงเถิดว่าระบบการบริหารงบประมาณในโลกของตำรวจที่ผ่านมาล้มเหลวเป็นอย่างมากและมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการทำหน้าที่ของตำรวจมืออาชีพที่จำต้องดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย

              เปิดใจเถอะว่า ปัญหา 4 ประการที่ควรเร่งแก้ไขให้ได้ภายใน 4 เดือนนี้คือ 1.ตำรวจต้องปลอดจากการแทรกแซงจากการเมืองและองค์กรต่างๆ นอกหน่วยงานตำรวจ เพื่อสร้างระบบบริหารงานบุคคลที่มีคุณธรรม 2.ตำรวจต้องมีระบบการบริหารงบประมาณที่ดี 3.ปรับอัตลักษณ์หน่วยงานที่ถูกนิยามว่า "กรุ”(อย่างเช่น งานยุทธศาสตร์ ตำรวจไม่สมควรถูกนิยามว่ากรุ?) และ 4.หน่วยงานด้านการศึกษาและพัฒนาตำรวจต้องรื้อ-สร้าง(Re-Construct)ให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัยสามารถตอบสนองต่อการทำงานระดับพื้นที่ มิใช่เป็นแหล่งรวมคนหมดไฟ