คอลัมนิสต์

จุดเสี่ยงของผู้ถืออำนาจ

จุดเสี่ยงของผู้ถืออำนาจ

04 มิ.ย. 2557

จุดเสี่ยงของผู้ถืออำนาจ : บทบรรณาธิการประจำวันที่4มิ.ย.2557

            ถึงแม้ประชาชนจำนวนไม่น้อยจะเห็นพ้องต้องกันกับการเข้ายึดอำนาจโดยกองทัพต่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะมองเห็นว่าการเมืองเดินมาถึงทางตัน ขณะที่เศรษฐกิจโดยรวมก็เริ่มแย่ลง เกิดความขัดแย้งทางสังคมแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน พร้อมจะระอุและอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้ทุกเมื่อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าประชาชนเหล่านี้จะสนับสนุนกองทัพชนิดเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ไปจนตลอดรอดฝั่ง เพราะยังมองไม่เห็นว่าโรดแม็พที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงไว้จะประสบความสำเร็จหรือไม่และอย่างไร แต่อย่างน้อยก็มีการให้กำลังใจกันและกัน ถึงเวลานี้กองทัพดูเหมือนเป็นพระเอกในการนำพาชาติไปสู่ความสงบสุข เกิดความปรองดอง เพื่อการฟื้นฟูประชาธิปไตยใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ที่จะเกิดขึ้นในเวลาขวบปีอันใกล้นี้

            ประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายจับตามองคือ การได้มาซึ่งผู้นำประเทศขัดตาทัพท่ามกลางอำนาจของกองทัพพร้อมกับผู้บริหารกระทรวงรวมถึงหน่วยงานต่างๆ นั้นต้องไม่ใช่บุคคลที่มีภาพว่ายืนอยู่ใต้ร่มเงาฝ่ายใดหรือสีใดสีหนึ่ง ต้องเป็นบุคคลที่สังคมและคู่ขัดแย้งทางการเมืองยอมรับได้ เพื่อช่วยกันร่างกติกาการเลือกตั้งใหม่ ร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญการปกครองของประเทศและตรากฎหมายเพื่อบังคับใช้หลังจากรัฐธรรมนูญเดิมถูกยกเลิก นี่คือจุดที่ยากที่สุดของขบวนการสร้างสังคมใหม่ สร้างรูปแบบการปกครองแบบไทยที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ ที่ผ่านมามีบทเรียนมากมายจะเห็นได้ว่าการปฏิวัติรัฐประหารขึ้นต้นด้วยความขึงขังแต่จบท้ายแบบซูเอี๋ยระหว่างทหารกับนักการเมือง ผลของการเดินหน้าไม่สุดนั้นจึงกลายเป็นปัญหาสะสมมาจนถึงปัจจุบันและลึกลงไปถึงรากเหง้าจนยากต่อการเยียวยา ครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจของกองทัพต่อประชาชนคนไทยทั้งปวง

            ถึงแม้บทบาทของผู้นำเหล่าทัพจนถึงขณะนี้ยังตั้งอยู่บนความตั้งใจที่เปรียบเสมือนตัวเองเอาคอไปขึ้นเขียงแต่อย่าลืมว่า กติกาใหม่ที่จะร่วมกันร่างขึ้นมาบังคับใช้นั้นต้องโปร่งใสและคนทุกฝ่ายต้องเชื่อมั่น ไม่สร้างกติกาเพื่อประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การรักษากฎหมายต้องเข้มแข็งไม่มีการแบ่งแยกพวกพ้อง ต้องพัฒนาประเทศไปพร้อมๆ กับการสร้างรากฐานใหม่ย่อมมีผลประโยชน์เข้ามาซึมแทรกอยู่ตลอดเวลา คณะทำงาน ที่ปรึกษาต่างๆ จึงเป็นส่วนสำคัญยิ่งเพราะเมื่อใดก็ตามที่มีเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่นเข้ามา เมื่อนั้นความน่าเชื่อถือและศรัทธาจากประชาชนจะหายไป เมื่อผู้กุมอำนาจของประเทศถูกมองว่าไม่ต่างจากนักการเมืองแล้วละก็ ความชอบธรรมก็จะสิ้นสุดลงทันที เมื่อการตัดสินใจเข้ายึดอำนาจเพื่อยุติความขัดแย้งในประเทศชาติล้มเหลว ปัญหาจากอดีตจะย้อนกลับมาและจะไม่มีใครเข้ามาห้ามรอยร้าวนั้นได้อีกแม้แต่กองทัพที่มีอำนาจและถืออาวุธ