คอลัมนิสต์

'รักออกฤทธิ์'คิดผิดแบบละคร

'รักออกฤทธิ์'คิดผิดแบบละคร

03 มิ.ย. 2557

'รักออกฤทธิ์'คิดผิดแบบละคร : กระดานความคิดโดยจอกอ

               หลายฉากตอนในละคร “รักออกฤทธิ์” ทางช่อง 3 นับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ สำหรับการทำงานของสื่อมวลชน โดยเฉพาะเส้นแบ่ง ระหว่างสิทธิส่วนบุคคล (Right to Privacy) และความเป็นบุคคลสาธารณะ หรือ Public Figure ถึงแม้ว่าเป็น “ละคร” ซึ่งต้องดูด้วยความรู้สึกว่าเป็นละคร เหมือนที่เราดู “เหนือเมฆ” ในแบบละคร แต่คนที่อยู่ในอำนาจบางกลุ่มในอดีต ไม่ได้ดูแบบละคร จนกระทั่งเหนือเมฆ ต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง ปิดฉากไปก่อนที่ละครจะจบ แต่ฉากซ้ำๆ ที่แสดงถึงการทำงานของสื่อมวลชนในรักออกฤทธิ์ อาจทำให้เข้าใจผิดได้ว่า สื่อมวลชน เป็นอภิสิทธิชน ที่จะทำอย่างไรก็ได้ โดยไม่มีข้อจำกัด

               ทุกครั้งที่ผมสอนเรื่องจริยธรรม เรื่องสำคัญที่ก้าวข้ามไปไม่ได้เลย คือเส้นแบ่งระหว่างสิทธิส่วนบุคคล กับความเป็นบุคคลสาธารณะ เพราะมีคนเข้าใจผิดในความเป็น “ฐานันดรที่สี่” ยอมรับการกระทำของนักข่าว ทั้งในเรื่องการแต่งเนื้อแต่งตัว กิริยามารยาท ท่าทีในการรุกไล่แหล่งข่าว ทั้งนี้ นักข่าวก็คือคนที่ทำอาชีพๆ หนึ่ง เช่นเดียวกับคนทั่วไป ไม่มีสิทธิพิเศษ หรือมีความจำเป็นต้องยำเกรง จนนักข่าวฮึกเหิมสำคัญผิดในตัวเอง
      
               ในหลายฉากของรักออกฤทธิ์ ฉายภาพการทำงานของนักข่าวบันเทิง ที่รุมทึ้ง ตามไล่ล่า “ตั่วเจ้” นางเอกของเรื่อง คาดคั้นเอาคำตอบสาเหตุการตายของอดีตสามีทั้ง 3 คนของเธอ นักข่าวกลุ่มนี้ มีตุ๊ดแต๋วเป็นจ่าฝูง  ซึ่งอาจถอดแบบมาจากนักข่าวบันเทิงของทีวีดิจิทัลบางช่อง พวกเขาไม่สนใจอะไรนอกจากความเป็นส่วนตัวของตั่วเจ้ บางบทจ่าฝูงแสดงบทบาทจับผิดแหล่งข่าว หรือถกเถียงกับน้องสาวของตั่วเจ้ ที่พยายามพูดแทนพี่สาว บางบทนักข่าวบุกเข้าไปในศาลาสวดศพ และถามคำถามแบบเดียวกับที่เคยถามมาตลอด ด้วยท่าที แววตากระหายที่จะต้องรู้เรื่องส่วนตัวของเขาให้ได้

               ภาพเหล่านี้ เป็นภาพที่ไม่มีในโลกของความจริง

               น่าสงสัยว่าคุณสมจริง ศรีสุภาพ ผู้กำกับการแสดง เข้าใจการทำงานของนักข่าวอย่างแท้จริงหรือไม่ ได้สอบถาม ได้ศึกษาวิธีการทำงานของนักข่าวอย่างถ่องแท้ขนาดไหน แม้ว่าจะเป็นนักข่าวบันเทิง ซึ่งภาพสะท้อนจากหน้าข่าวบันเทิง หรือรายการบันเทิงเกือบทั้งหมด คือเรื่องราวความเป็นส่วนตัวของดารา นักแสดง แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่า วิธีการหาข่าว จะต้องทำถึงขนาดที่คุณสมจริง พยายามประกอบสร้าง “ความไม่สมจริง” จนคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการข่าว เข้าใจผิดในวิธีการทำงานของนักข่าว

               ความจริงเรื่อง ความเป็นบุคคลสาธารณะ ซึ่งหมายถึงบุคคลที่อยู่ในความสนใจของคนทั่วไป และต้องยอมสละสิทธิ์ในการรักษาความเป็นส่วนตัวของตัวเองหรือได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายน้อยกว่าคนอื่นๆ เช่น ดารา นักแสดง นักร้อง นักกีฬา นักการเมือง รวมทั้งบุคคลธรรมดาที่ตกเป็นข่าว หรือไม่ใช่นักการเมือง แต่ได้มีบทบาทโดดเด่นขึ้นมาในพื้นที่สาธารณะ เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดว่าเป็นบุคคลสาธารณะ แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวโดยแท้ ความเป็นบุคคลสาธารณะก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นที่สื่อจะละเมิดได้

               เช่น การเปิดเผยความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติ ระหว่างหญิงชาย การวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องส่วนตัวของคนในครอบครัว ความพยายามที่จะรู้เรื่องสาเหตุการตายของนางเอกในเรื่องรักออกฤทธิ์ ที่ไม่ได้ให้น้ำหนักในประเด็นข่าวอาชญากรรม

               คือถ้าเสนอข่าวแล้ว เรื่องราวของแหล่งข่าวไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ นอกจากการตอบสนองสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์เท่านั้น ก็ถือว่าไม่มีคุณค่าข่าวที่ควรนำเสนอ

               เป็นอีกบทเรียนหนึ่ง ที่ดูละครแล้วย้อนดูตัว ผิดถูกอย่างไร ถกเถียงได้


.............

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก drama.tlcthai.com)