
แมวจับหนู
แมวจับหนู : บทบรรณาธิการประจำวันอังคารที่ 3 มิถุนายน 2557
ถึงแม้ว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะได้ระดมกำลังพลทั้งทหารและตำรวจประจำตามจุดต่างๆ เพื่อหวังหยุดยั้งการออกมาประท้วงของกลุ่มต่อต้านรัฐประหารที่ได้แสดงปฏิกิริยามาตั้งแต่ช่วงแรกที่ทหารเข้าควบคุมการปกครอง ตามที่คาดหมายว่า พวกเขาเหล่านั้นจะไปรวมตัวกันเพื่อแสดงออก เหมือนเมื่อครั้งที่ได้ไปจับกลุ่มประท้วงที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จนภาพออกมาสามารถสะท้อนผ่านสื่อมวลชนในลักษณะที่คสช.ก็คงไม่สบายใจนัก ซึ่งดูเหมือนว่า ปฏิบัติการ "แมวจับหนู" เมื่อวันอาทิตย์ประสบผลสำเร็จระดับหนึ่ง เพราะสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านที่ออกมาสร้างสัญลักษณ์ชูสามนิ้วเอาไว้ได้ แต่ในความเป็นจริงและอาจกำลังจะเป็นไปก็คือ คสช.คงไม่สามารถนำกำลังพลเข้าสกัดกลุ่มต่อต้านในที่สาธารณะได้ตลอด 24 ชั่วโมงและกระจายรายล้อมกันไปได้ในทุกๆ พื้นที่ ถ้าหากจะมีแรงต้านอย่างต่อเนื่อง
ระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้คสช.จะได้ออกประกาศ ออกคำสั่งต่างๆ ทั้งที่เฉียบขาด ทั้งที่ประนีประนอม เจรจาขอร้องกันเสียมากกว่าจะเอาจริงเอาจังถึงคุกถึงตะราง แต่กลุ่มต่อต้านก็ยังคงใช้ความพยายามที่จะรวมตัวกันเพื่อแสดงออกอย่างไม่ลดละ ซึ่งถ้าหากคสช.จะมัวเสียเวลา เสียกำลังพล งบประมาณ จำนวนมากไปเพื่อระงับยับยั้งการแสดงออกของกลุ่มต่อต้าน ก็อาจจะก่อให้เกิดอาการ "เสียสมาธิ" ได้ เพราะถึงอย่างไรสถานภาพการดำรงอยู่ของคสช.ก็ยังเป็นสิ่งที่พวกเขาเห็นพ้องกันมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะคัดค้านให้ถึงที่สุด กิจกรรมที่เรียกขานกันว่า เกม "แมวไล่จับหนู" ผลุบๆโผล่ๆ อยู่อย่างนั้นย่อมจะต้องเกิดขึ้นอีก ขณะที่คสช.เองก็ไม่สบายใจนักหากจะใช้มาตรการที่เด็ดขาดไปกว่าที่ทำมาก่อนหน้า
ภารกิจเร่งด่วนของคสช. ย่อมเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า นอกจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะเงื่อนปมทางเศรษฐกิจที่ถูกผูกเอาไว้หลายเดือนติดต่อกันมา ด้วยการระดมสรรพกำลัง ระดมสมองจากฝ่ายต่างๆ เข้าร่วมกันคลี่คลายสถานการณ์แล้ว การจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้คณะรัฐมนตรีได้เข้าบริหารงานกระทรวงต่างๆ ผลักดันให้เครื่องจักรเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ขณะเดียวกัน คสช.ยังมีภารกิจต้องพิจารณาโครงการใหญ่ๆ หรือเมกะโปรเจกต์มูลค่าอีกนับแสนๆ ล้านบาท ว่าจะเดินหน้าหรือชะลอโครงการใด ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น "วาระชาติ" อันสุดแสนหนักหนาสาหัสที่คสช.แบกเอาไว้บนบ่า ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการเร่งคืนความสงบสุข ความสมานฉันท์ปรองดองของคนในชาติ
ในด้านการเมือง คสช.ถือกำเนิดขึ้นด้วยสภาวะบีบคั้นจากเหล่านักการเมืองและคู่ขัดแย้งจนประเทศชาติเดินเข้าสู่ทางตัน และกำลังจะเกิดวิกฤติหายนะ เกิดความสูญเสียอย่างเหลือคณานับ ให้จำเป็นต้องเข้ามาผ่าทางตัน และ "จัดระเบียบ" ขึ้นใหม่ ประการหลังนี้เองที่คสช.สามารถให้หลักประกัน หรือแสดงให้กลุ่มต่อต้านและคนไทยทั้งชาติได้เห็น ด้วยการเร่งเดินหน้า "แผนที่ประเทศไทย" ที่จะนำไปสู่การปฏิรูปชาติบ้านเมือง อย่างเช่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งล้วนจะทำให้เกิดความเข้าใจในเจตนาอันดีของคสช.ได้ ภาพของเกมแมวไล่จับหนู จึงจะค่อยๆจืดจางและยุติไปในที่สุด



