
เตือนภัย...สั่งสินค้าทางเน็ตระวังแก๊งตุ๋นหลอกโอนเงิน
เตือนภัย...สั่งสินค้าทางเน็ตระวังแก๊งตุ๋นหลอกโอนเงิน : สายตรวจระวังภัย โดยปฏิญญา เอี่ยมตาล
ระยะนี้มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนไม่น้อยตกเป็นเหยื่อของแก๊งต้มตุ๋นหลอกจำหน่ายสินค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เกิดความเสียหายและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนจำนวนไม่น้อย ล่าสุดมีหญิงสาวกว่า 20 ราย ตกเป็นเหยื่อถูกคนร้ายหลอกจำหน่ายกล้องถ่ายภาพ ที่เรียกกันว่า "เซลฟี่" ซึ่งคนร้ายอ้างว่าในท้องตลาดขายในราคา 10,500 บาท แต่หากซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตจะจำหน่ายเพียง 5,000 บาท แต่ต้องโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารทันที และจะนัดหมายส่งสินค้ากันภายหลัง แต่เมื่อหญิงสาวกลุ่มนี้หลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีให้กลับไม่ได้รับสินค้าตามตกลง โดยไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้อีก
หลังกิดเหตุดังกล่าว พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผบช.สทส. ซึ่งกำกับดูแลศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและใช้สื่อสังคมออนไลน์ ให้ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อข้อความโฆษณาขายสินค้าต่างๆ อย่าโอนเงินให้ เพียงเพราะสินค้านั้นจะมีราคาถูกกว่าท้องตลาด พร้อมทั้งยังแนะนำวิธีการเอาผิดกับคนร้ายหากตกเป็นเหยื่อไว้ดังนี้
1.คนร้ายมักอ้างการ "ประมูลสินค้า" มาเป็นข้ออ้างในการหลอกลวง เพราะการประมูลสินค้า เป็นที่นิยมในการซื้อขายสินค้าทางอินเอร์เน็ต เหมือนเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือทำให้เหยื่อหลงเชื่อสั่งซื้อสินค้าและโอนเงินให้คนร้ายทั้งที่ไม่มีสินค้าอยู่จริง หรือหากมีสินค้าอยู่จริงวิธีการนี้จะเป็นการปั่นราคาให้สินค้านั้นมีราคาสูงเกินจริง
2.ความเสียหายที่เกิดขึ้นคือ ผู้ซื้อชำระค่าสินค้าแล้ว แต่ไม่ได้รับสินค้า หรือได้รับสินค้าที่ชำรุดเสียหาย หรือสินค้ามีลักษณะไม่ตรงกับที่เสนอขาย หากต้องการประมูลสินค้าผ่านเว็บไซต์จริงๆ ควรตรวจสอบว่าเว็บไซต์ที่เป็นผู้ให้บริการด้านการประมูลทางอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นวิธีประมูลที่ผ่านคนกลางหรือไม่ มีการเก็บประวัติรายละเอียดของผู้ขายที่สามารถติดต่อได้หรือพิจารณาว่าผู้ให้บริการด้านการประมูลทางอินเทอร์เน็ตมีนโยบายการประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่หากไม่มีการรับประกันอย่าเสี่ยงหรือหลงเชื่อเป็นอันขาด
3.เมื่อป้องกันอย่างดีแล้วยังเกิดปัญหา คือได้สินค้าชำรุด หรือได้สินค้าไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ กฎหมายมีทางออกให้ผ่าน พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 โดยผู้ซื้อสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ขายได้ ซึ่งสามารถใช้อีเมลล์ที่เจรจาซื้อขายสินค้าเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง
4.เจ้าของเว็บไซต์ร่วมรับผิดในกรณีที่มีการหลอกขายของ โดยต้องรับผิดเช่นเดียวกับผู้หลอกลวง คือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท โดยผู้เสียหายสามารถเรียกค่าเสียหายตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้อีก เช่น ทำให้เสียโอกาสในการนำสินค้าชนิดนั้นๆ ไปใช้ประโยชน์ ซึ่งคู่ค้าทางอินเทอร์เน็ตต้องรับผิดชอบ
5.ต้องมีรายละเอียดชื่อนามสกุลและที่อยู่จริงของผู้ค้าตามบัตรประชาชนที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ก่อนจะสั่งซื้อสินค้านั้นๆ เพื่อสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ในภายหลัง หากเกิดปัญหาในการซื้อขายสินค้าและบริการที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามหรือเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ได้ที่ www.htcc.ict.police.go.th หรือติดต่อโทรศัพท์หมายเลข : 02-205-2627-8 โทรสาร : 02-205-1889 และอีเมล : [email protected]
..................
(หมายเหตุ : เตือนภัย...สั่งสินค้าทางเน็ตระวังแก๊งตุ๋นหลอกโอนเงิน : สายตรวจระวังภัย โดยปฏิญญา เอี่ยมตาล)



