
ขยะที่ซุกใต้พรม
ขยะที่ซุกใต้พรม : บทบรรณาธิการประจำวันที่1มิ.ย.2557
นับเป็นความโชคดีของชาวนา ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มอบนโยบายในการแก้ไขปัญหาโครงการจำนำข้าว ที่ยังค้างจ่ายชาวนาอยู่ โดยมอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เริ่มจ่ายเงินให้ชาวนาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาก้อนแรก 4 หมื่นล้าน จากคลังและกู้อีก 5 หมื่นล้าน คาดว่าจ่ายหมด 9 หมื่นล้าน ภายใน 1 เดือน พร้อมมีประกาศของคสช.ไม่ให้เจ้าหนี้นอกระบบทำการขุ่มขู่คุกคามหรือทวงหนี้ชาวนาอย่างไม่มีความยุติธรรม มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทำให้ชีวิตของผู้ที่ได้รับสมญากระดูกสันหลังของชาติพอที่จะลืมตาอ้าปากได้จากที่เคยทนทุกข์ทรมานมากว่าครึ่งงปีที่รอรับเงินในโครงการ สามารถนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันใช้หนี้ต่อยอดการทำนาในฤดูกาลต่อไปได้
โครงการประชานิยมดังกล่าวนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์และถูกจับตาเป็นอย่างมากจากหลายฝ่ายทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องความไม่ชอบมาพากลที่เม็ดเงินเข้ากระเป๋าของกลุ่มนายทุน นักการเมือง มากกว่าที่จะตกถึงมือชาวนาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รวมถึงตัวเลขการระบายข้าวแบบจีทูจีที่มีการตกแต่ง และประเทศที่ส่งข้าวออกไป จนสุดท้ายพบความเสียหายเพิ่มขึ้นมาก จากการตรวจสอบโดย นายกุลิส สมบัติศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่ประธานอนุกรรมการผู้ตรวจบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ที่พบว่ายอดความเสียหายสูงจนน่าตกใจ จาก 3.3 แสนล้านบาท มาเป็น 5 แสนล้านบาท และพบว่ามีข้าวสูญหาย 3 ล้านตัน โดยมีแต่ยอดตัวเลขข้าว แต่ไม่มีข้าวสารจริงในโกดัง แถมข้าวสารบางส่วนก็เสื่อมสภาพอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เดินหน้าตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีอาญา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตและไม่ยับยั้งความเสียหายในโครงการ ขณะเดียวกันก็เตรียมจะตรวจสอบในเชิงรุกเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ผ่านมา โดยจะดูข้อมูลที่เกี่ยวพันการทำธุรกรรมการเงิน นอกเหนือจากความถูกต้องของเอกสารต่างๆ ที่ผู้ยื่นนำมาแสดงเพียงเท่านั้น ที่สำคัญจะทำการตรวจสอบในทุกโครงการของรัฐบาลหลังจากพ้นตำแหน่งไป ไม่ใช่เฉพาะเรื่องข้าว หากพบการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินในทางที่ไม่ชอบมาพากลก็จะลงลึกในรายละเอียดต่อไป
หลังมีการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่ ขยะที่ซุกใต้พรมก็ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วและถูกเปิดโปงให้เห็นเด่นชัดขึ้น ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังถึงตัวเลขแสดงการขาดทุนของโครงการเพียงแค่ 3 ฤดูกาล ซึ่งที่ผ่านมาเราได้เห็นความพยายามในการกลบเกลื่อนปิดบังจากรัฐบาลต่างๆ นานาจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ทำทุกวิถีทางที่ปิดบังซ่อนเร้น รวมถึงไม่ให้ใครเข้าไปเปิดโปงโครงการประชานิยมนี้ ทั้งที่เม็ดเงินที่ใช้เป็นภาษีอาการของประชาชน โครงการนี้หากพบการทุจริตคอร์รัปชั่นขึ้น ก็ต้องสาวถึงคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดและกระชากหน้ากากบุคคลกลุ่มนี้ออกมารับโทษทัณฑ์ตามกระบวนการของบ้านเมืองให้ได้ จะสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อชาติและคนไทยอย่างแท้จริง



