คอลัมนิสต์

เตือนภัยโจรลักรถอาละวาดหนัก

เตือนภัยโจรลักรถอาละวาดหนัก

30 พ.ค. 2557

เตือนภัยโจรลักรถอาละวาดหนัก : สายตรวจระวังภัย โดยพรรณทิพา จิตราวุฒิพร

               ระยะนี้สถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ ทำให้ประชาชนให้ความสนใจเกี่ยวกับการเมืองมากเป็นพิเศษ จนหลงลืมที่จะป้องกันดูแลทรัพย์สินของตัวเอง เป็นโอกาสให้มิจฉาชีพ โดยเฉพาะแก๊งลักรถฉวยโอกาสลงมือก่อเหตุง่ายขึ้น จากสถิติคดีที่เกี่ยวกับการโจรกรรมรถ จัดทำโดยศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถ (ศปจร.ตร.) พบว่า เพียง 4 เดือนแรกของปี 2557 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีรถสูญหายไปแล้วกว่า 4,000 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมากว่า 30 เปอร์เซ็นต์

               พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ ผกก.กองวิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ซึ่งรับผิดชอบงานด้านปราบปรามการโจรกรรมรถ เปิดเผยว่า ระยะนี้สถานการณ์การเมืองไม่ปกติ ทำให้ประชาชนสนใจเรื่องการเมือง จนหลงลืมระมัดระวังโจรผู้ร้าย เปิดโอกาสให้แก๊งโจรกรรมรถฉวยโอกาสลงมือก่อเหตุได้ง่าย ทำให้ช่วงเวลานี้มีสถิติรถถูกโจรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแหล่งสถานที่สาธารณะ

               "คนร้ายอาศัยช่วงเวลาที่ประชาชนสวนใจการเมือง จนหลงลืมระมัดระวังตัวในการดูแลทรัพย์สิน โดยเฉพาะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ฉวยโอกาสโจรกรรมรถ ซึ่งพบว่าในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมามีคดีรถสูญหายเพิ่มขึ้นกว่าช่วงปกติ ซึ่งอยากให้ประชาชนให้ความสำคัญในการดูแลทรัพย์สินให้มาก เพื่อไม่ให้คนร้ายฉวยโอกาสลงมือได้ง่าย" พ.ต.อ.อรรถพร กล่าว

               ทั้งนี้ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรม ส่วนใหญ่คนร้ายจะส่งไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน บางส่วนนำไปสวมซากแล้วนำไปขายต่อ หรือถอดเป็นอะไหล่ขาย ซึ่งคนร้ายมักโจรกรรมรถตามใบสั่ง จากสถิติพบว่า ในระยะเวลา 4 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งมีการชุมนุมทางการเมือง มีรถจักรยานยนต์หายไปแล้วกว่า 3,000 คัน รถยนต์กว่า 800 คัน ขณะที่เดือนมกราคม-เมษายน 2556 มีรถหายเพียง 2,000 กว่าคัน ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์พบว่า 4 เดือนแรกของปี 2557 มีรถหายมากกว่าช่วงเดียวกันของปี 2556 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่รถหายเมื่อปี 2556 ทั้งปี พบว่า รถจักรยานยนต์หาย 11,117 คัน รถยนต์ 2,500 คัน

               ข้อมูลการสืบสวนของตำรวจพบว่า ขณะนี้มีแก๊งโจรกรรมรถตระเวนก่อเหตุลักรถทั่วประเทศรวมกว่า 7,000 คน ในจำนวนนี้มีทั้งที่ออกหมายจับแล้ว บางส่วนอยู่ระหว่างการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในบัญชีบุคคลต้องเฝ้าระวัง

               "บริเวณลานจอดรถใต้อาคาร หอพัก หรือตามสถานที่สาธารณะและชุมชน เป็นสถานที่แรกๆ ที่คนร้ายมักจะเลือกลงมือก่อเหตุ โดยจะทำทีมาดูลาดเลาก่อนลงมือ ส่วนยี่ห้อที่คนร้ายเลือกลงมือจะเป็นยี่ห้อดังติดตลาด เพราะซื้อง่ายขายคล่อง" พ.ต.อ.อรรถพร กล่าว

               จากสถิติคดีโจรกรรมรถพบว่า ในระยะนี้รถจักรยานยนต์เป็นรถที่ถูกโจรกรรมมากที่สุด รองลงมาคือ รถกระบะ และรถยนต์ส่วนบุคคล โดยพื้นที่ที่หายมากที่สุดคือกรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก และภาคกลาง ประชาชนจึงควรระมัดระวังโดยการติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่รถ ทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ ทุกครั้งที่จอดรถต้องล็อกประตู พร้อมเปิดใช้งานอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมรถให้เรียบร้อย ควรจอดรถในพื้นที่ปลอดภัย มีไฟส่องสว่างเพียงพอ

.............................................

(หมายเหตุ : เตือนภัยโจรลักรถอาละวาดหนัก สายตรวจระวังภัย โดยพรรณทิพา จิตราวุฒิพร)