
บนหนทางวิบาก
บนหนทางวิบาก : บทบรรณาธิการประจำวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2557
ระยะนี้ ภาพการบริหารงานภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เริ่มปรากฏชัดขึ้นเป็นลำดับ โดยรองหัวหน้า คสช. เฉพาะที่กำกับดูแลงานทางด้านเศรษฐกิจจัดประชุมมอบนโยบาย รับทราบสถานการณ์โดยรวม และรับรายงานแผนงานการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในด้านต่างๆ จากหลายหน่วยงาน กระทรวง กรม กองต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ อันได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพลังงาน พร้อมกันนี้ยังนำเสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะงักงันมาเป็นเวลานาน เพื่อให้มีอัตราการเจริญเติบโต (จีดีพี) ไม่ติดลบดังที่คาดการณ์เอาไว้ในช่วงก่อนหน้าที่ คสช.จะเข้าควบคุมอำนาจการบริหารประเทศ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะกระตุ้นให้เครื่องจักรทางเศรษฐกิจทุกเครื่องสามารถขับเคลื่อนนำพาประเทศไปข้างหน้าได้ ขึ้นอยู่กับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ที่หลายฝ่ายแสดงความวิตกกังวลไว้ก่อนหน้านี้ โดยหน่วยงานต่างๆ จะต้องเร่งสรุปเพื่อนำเสนอ คสช.พิจารณา ซึ่งมีข่าวว่า กระทรวงการคลังได้วางกรอบเอาไว้ที่ 2.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ตั้งไว้ 2.526 ล้านล้านบาท เป็นการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลไม่เกิน 2 แสนล้านบาท โดยที่กระทรวงการคลังคาดการณ์รายได้เอาไว้ที่ 2.4 ล้านล้านบาท ภายใต้สมมุติฐานว่า ปีหน้าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้มากขึ้นถึงร้อยละ 3 ตามเป้าหมายของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังก็จะเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณค้างท่อให้สำเร็จเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว
มีอีกหลายโครงการที่ตกค้างมาก่อนการรัฐประหาร ที่รอการสะสางจาก คสช.ว่าจะมีคำสั่งให้ยุติ ชะลอ หรือเดินหน้าต่อไป เพราะบางส่วนเชื่อว่าจะเป็นการปลุกชีพเศรษฐกิจให้พลิกฟื้นและพัฒนาประเทศไปพร้อมกัน อย่างเช่น โครงการรถไฟทางคู่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โครงการรถไฟฟ้าอีกหลายสายที่อยู่ระหว่างการประมูล โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และบางโครงการที่กรมชลประทานพร้อมดำเนินการในวงเงินงบประมาณ 3 แสนล้านบาท อีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนไม่แพ้กันก็คือ การเร่งรัดการส่งออกอันเป็น 1 ใน 3 เครื่องจักรเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาข้าว ทั้งโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว อย่างเช่น การทำสัญญาซื้อขายแบบจีทูจีกับจีนเอาไว้ก่อนหน้านี้ ระงับการขายข้าวผ่านตลาดซื้อขายล่วงหน้า ฯลฯ
ขณะที่ คสช.กำลังเร่งพิจารณาให้ความเห็นชอบงานด้านต่างๆ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ในทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และคณะ ก็ยังมีภารกิจหนักอึ้งที่รออยู่ข้างหน้า ทั้งการปฏิรูปการเมือง วางกรอบกติกาของประเทศขึ้นใหม่ เพื่อให้หลุดพ้นจากวงจรความขัดแย้งที่ดำรงสืบเนื่องมาเป็นเวลานับสิบปี ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีแผน "สลายสีเสื้อ" ด้วยการจัดตั้งสภา หรือศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ ขึ้นทั่วประเทศ พร้อมชูโรดแม็พสู่การเลือกตั้งในเร็ววัน ขณะที่กระแสต่อต้านรัฐประหารยังคงเป็นดั่งคลื่นที่สาดซัด ที่ คสช.จะต้องใช้การบริหารจัดการด้วย "สันติ-ขันติ" เพื่อให้สถานการณ์ทุกๆ ด้านคลี่คลายไปในทางที่ดีพร้อมกัน



