
เตือนภัย'แก๊งคอลเซ็นเตอร์'ใช้ไทยเป็นฐานหลอกโอนเงินข้ามประเทศ
เตือนภัย'แก๊งคอลเซ็นเตอร์'ใช้ไทยเป็นฐานหลอกโอนเงินข้ามประเทศ : สายตรวจระวังภัย โดยกิตติพงษ์ มณีฤทธิ์
ระยะหลังๆ มานี้ แก๊งคนร้ายข้ามชาติใช้ไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ บ่อยครั้ง ล่าสุด พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สน.ทองหล่อ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ ร.ต.อ.ภาณุภัทร กิตติพันธ์ สว.สส. และกำลังชุดสืบสวน จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ที่บ้านเลขที่ 267/1 ซอยสุขุมวิท 31 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. หลังแก๊งคนร้ายใช้บ้านหลังนี้เป็นสถานที่โทรศัพท์ข้ามประเทศไปหลอกให้ชาวจีนโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารให้ โดยการบุกตรวจค้นบ้านหลังนี้ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนได้ 21 คน เป็นชาย 14 คน หญิง 7 คน พร้อมของกลางโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ โน้ตบุ๊ก โมเด็มอินเทอร์เน็ต วิทยุสื่อสาร จำนวนมาก
"ผู้ต้องหาเข้ามาใช้บ้านหลังนี้ตั้งคอลเซ็นเตอร์ได้ประมาณ 2 เดือน โดยอ้างเป็นพนักงานของบริษัทประกันสุขภาพในจีน และโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หลอกลวงเอาหมายเลขบัญชีเหยื่อชาวจีน ที่อาศัยอยู่ในบ้านเกิด และหากเหยื่อไม่ยินยอมให้โดยดีจะโอนสายไปให้อีกคนที่มีหน้าที่อ้างตัวเป็นตำรวจประเทศจีน เพื่อบังคับให้เหยื่อมอบหมายเลขบัญชีมาในที่สุด ทำให้มีเหยื่อหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายในครั้งนี้มากกว่า 100 ล้านบาท” ร.ต.อ.ภาณุภัทร ให้ข้อมูล
สอดคล้องกับ พ.ต.ท.จักกริช เสริบุตร รอง ผกก.5บก.ปอศ. ซึ่งระบุว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะเข้าไทยมาในฐานะนักท่องเที่ยว โดยมีเครือข่ายหาบ้านเช่าหรู หรือคอนโดใจกลางเมือง เป็นสถานที่กระทำความผิด โดยทำสัญญาเช่าในระยะ 3 เดือน แล้วติดตั้งอุปกรณ์โทรศัพท์ผ่านระบบวีโอไอพี (VoIP) หรือ วอยซ์โอเวอร์ไอพี (Voice over Internet Protocol) เป็นการสื่อสารทางเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อเสร็จแล้วจะให้ชาวจีนเข้ามาหลอกให้คนจีนโอนเงินให้ โดยจะแบ่งหน้าที่กันทำใน 3 ขั้นตอน
ขั้นตอนแรกจะเป็นผู้หญิงแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่ประกันสังคม โทรศัพท์ไปหลอกล่อให้เหยื่อหลงเชื่อ และยินดีมอบประวัติ พร้อมเลขที่บัญชีธนาคารส่วนตัวให้ และมีการโอนเงินโดยดี แต่ถ้าหากเหยื่อไม่ยินยอมโดยดีจะโอนสายไปให้ผู้ชาย อ้างว่าเป็นตำรวจชาวจีน พูดจาข่มขู่บีบบังคับให้เหยื่อโอนเงินให้ โดยนำข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อที่ได้จากคนร้ายรายแรกมายืนยันเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หากยังไม่สำเร็จอีกจะโอนสายต่อไปให้คนร้ายในขั้นตอนที่สาม ซึ่งจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอีกคน โดยจะข่มขู่ว่าบัญชีเงินฝากของเหยื่อพัวพันการกระทำผิดกฎหมาย จนเหยื่อหลงเชื่อรีบโอนเงินตามคำหลอกลวง
"แก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นเครือข่ายที่ใหญ่ โดยจะหมุนเวียนคนเข้ามาทำงานในไทยสลับสับเปลี่ยนกันครั้งละ 3-4 เดือน โดยคนเหล่านี้จะได้เงินค่าจ้างจากส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์จากจำนวนเงินที่หลอกเหยื่อมาได้ ซึ่งการโอนเงินนั้นจะมีเครือข่ายที่อยู่ในประเทศจีนเปิดบัญชีเงินฝากไว้รองรับการโอนเงินเข้าบัญชีของเหยื่อ" พ.ต.ท.จักกริช กล่าว
ทั้งนี้ หากใครพบเห็นว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลชาวต่างชาติมาพักอาศัยอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่งจำนวนมาก และมีพฤติการณ์น่าสงสัย เช่น มีการรวมตัวของชาวต่างชาติหลายคน ไม่ยอมออกจากบ้านพัก ใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก บริเวณหน้าบ้านมีขยะกองโต สามารถแจ้งเบาะแสให้ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. โทร.0-2237-7535 หรือ www.ecdpolice.com เพื่อตรวจสอบได้ทันที เพราะพฤติการณ์เช่นนั้นเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเครือข่ายคนร้ายข้ามชาติกำลังใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
............
(หมายเหตุ : เตือนภัย'แก๊งคอลเซ็นเตอร์'ใช้ไทยเป็นฐานหลอกโอนเงินข้ามประเทศ : สายตรวจระวังภัย โดยกิตติพงษ์ มณีฤทธิ์)



