คอลัมนิสต์

สู่เป้าหมายสูงสุดของชาติ

สู่เป้าหมายสูงสุดของชาติ

27 พ.ค. 2557

สู่เป้าหมายสูงสุดของชาติ : บทบรรณาธิการประจำวันอังคารที่ 27 พฤษภาคม 2557

               พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะ คสช. โดยได้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นขึ้นหรืออาจจะเพิ่มระดับมากขึ้นกว่าเดิม หากมีสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เช่น การขัดขืนดื้อดึง โดยจะเน้นควบคุมดูแลดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย การใช้อาวุธสงคราม การต่อต้าน หรือการกระทำที่ก่อให้เกิดความไม่สงบสุขขึ้น โดยที่คำประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ครั้งนี้ มีเหตุการณ์เชิงประจักษ์ยืนยันที่เกิดขึ้นในวันเดียวกัน เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารนาวิกโยธินถูกบุคคลติดอาวุธยิงเสียชีวิต ระหว่างเข้าตรวจค้นแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ จ.ตราด

               ขณะที่ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา คสช.ได้ออกประกาศฉบับที่ 37/2557 เรื่องความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร  ได้แก่ 1.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา, ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตั้งแต่มาตรา 107 ถึงมาตรา 112, ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่มาตรา 113 ถึงมาตรา 118 ยกเว้นความผิดซึ่งการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตพื้นที่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ศ.2551 และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และ 2.ความผิดตามประกาศหรือคำสั่งของ คสช. ซึ่งการทำความผิดเกิดขึ้นในระหว่างที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

               ตามประกาศและคำสั่งของคสช.ที่ออกมาล่าสุด ยากที่จะบอกว่าไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความจริงข้อที่ว่า สถานการณ์ของบ้านเมืองยังอยู่ในภาวะเปราะบางเป็นอย่างยิ่ง อันจะต้องแสวงหาความร่วมมือจากทุกฝ่าย ดังที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้วิงวอนร้องขอให้ทุกคนในชาติใช้ความอดทน หลังจากที่ต้องพานพบกับปัญหาในชาติมายาวนาถึง 9 ปีด้วยกัน ในความเห็นของหัวหน้าคสช. เขาได้ตอกย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า คนในชาติจะต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม เพื่อร่วมกันคืนความสุขให้คนไทย ประเทศไทย และยังรวมถึงการเรียกคืนความเชื่อมั่นจากต่างชาติให้กลับคืนมาในเร็ววัน

               "อะไรที่มันอาจจะดูเข้มข้นไปหน่อยก็จะต้องขออภัยด้วย เพราะเป็นความจำเป็น" นั่นคือคำกล่าวตอนหนึ่งระหว่างการแถลงข่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งยังคงเดินหน้าแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วนต่อไป ภายหลังการตัดสินใจเข้ายึดอำนาจเป็นเวลา 5 วัน ซึ่งยังมีภารกิจท้าทายที่รออยู่ตรงหน้าอีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทั้งเรื่องความมั่นคง ความปลอดภัย ปัญหาปากท้อง ความปรองดอง และมองไปถึงอนาคตที่ว่าด้วยการปฏิรูปการเมืองที่หลายฝ่ายเรียกร้องและจะต้องเร่งคลอดโรดแม็พในเร็ววัน อันล้วนแต่ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะมีใครคณะใดคณะหนึ่งจะสามารถเนรมิตให้เกิดขึ้นได้เพียงชั่วข้ามคืน ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งสิ้น ขณะเดียวกันทุกๆ ย่างก้าวของการแก้ปัญหาก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ความอดทนสุขุมเยือกเย็นของทุกคน เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของชาติโดยไม่บอบช้ำอย่างที่แล้วมา