
ปูพรมคุมพื้นที่เสี่ยงตัดวงจรอาชญากรรม
ปูพรมคุมพื้นที่เสี่ยงตัดวงจรอาชญากรรม : สายตรวจระวังภัย โดยปฏิญญา เอี่ยมตาล
อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย เนื่องจากเป็นเมืองอุตสาหกรรม มีโรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่มากถึง 1,541 แห่ง ด้วยความเป็นสังคมอุตสาหกรรมทำให้ชุมชนใน อ.กระทุ่มแบน ขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีบุคคลต่างถิ่น โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว เข้าไปพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ ทำให้เกิดปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในสังคม มีการละเมิดกฎหมาย เกิดการก่ออาชญากรรม โดยเฉพาะคดีประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ยาเสพติด ค้ามนุษย์ การละเมิดสิทธิเด็กและสตรี และที่สำคัญคือการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
อ.กระทุ่มแบน มีเนื้อที่กว่า 135.276 ตารางกิโลเมตร แต่มีกำลังตำรวจทั้งอำเภอเพียง 206 นาย มีหน่วยบริการประชาชนตั้งอยู่ 10 แห่ง ซึ่งหากเทียบจำนวนประชากรกับจำนวนของตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่ พบว่า ตำรวจ 1 นาย ต้องรับผิดชอบชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวน 1,200 คน
พ.ต.อ.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน จึงแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนในชุมชน โดยการแจ้งเบาะแสข้อมูลเหตุด่วนเหตุร้าย ช่วยกันสอดส่องดูแลปัญหาอาชญากรรม การแพร่ระบาดของยาเสพติด ปัญหาการลักทรัพย์ในเคหสถานและการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มักเกิดขึ้นบ่อยในชุมชนและที่เปลี่ยว
ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ได้ปรับแผนในการป้องกันการเกิดคดีอาชญากรรมต่างๆ โดยการจัดกำลังตำรวจควบคุมพื้นที่เสี่ยงแบบปูพรม มีการระดมกำลังตำรวจและรถยนต์สายตรวจตระเวนไปตามพื้นที่เสี่ยงและตั้งด่านตรวจในพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยง ทั้งเส้นทางสายหลักและสายรอง ที่คาดว่ามิจฉาชีพจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี
"ตามตรอกซอกซอยที่เป็นแหล่งรวมพลของบรรดาวัยรุ่น รวมถึงสถานบันเทิงยามค่ำคืนซึ่งเป็นแหล่งมั่วสุมของเยาวชน และมักเกิดอาชญากรรมบ่อยครั้ง ตำรวจจะเข้มงวดเป็นพิเศษ มีการตั้งด่านตรวจเข้มทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุร้าย และได้ขอความร่วมมือไปยังเจ้าของสถานบันเทิงและสถานบริการต่างๆ แล้ว ห้ามไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าไปเที่ยว และห้ามเปิดเกินเวลาอย่างเด็ดขาด หากใครฝ่าฝืนจะจับกุมดำเนินคดีทันที" พ.ต.อ.พลัฏฐ์ กล่าว
นอกจากการเข้มงวดในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแล้ว ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ยังมุ่งเน้นงานด้านมวลชนสัมพันธ์เพื่อดึงประชาชนเข้ามาเป็นแนวร่วมในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมร่วมกับตำรวจ โดยเฉพาะเรื่องปัญหายาเสพติด เช่นโครงการส่งเสริมให้โรงเรียนจัดกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด และโครงการสร้างสัมพันธ์กับประชาชน เช่น โครงการรักษ์คลองภาษีเจริญ ปลูกฝังจิตสำนึกและรณรงค์ให้ชุมชนช่วยกันรักษาความสะอาดคลองภาษีเจริญ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ มีประชาชนกว่า 300 คน เข้าร่วม ซึ่งแผนงานดังกล่าวช่วยให้ประชาชนไว้วางใจตำรวจมากขึ้น มีการแจ้งเบาะแสอาชญากรรม และเครือข่ายยาเสพติดให้แก่ตำรวจใช้เป็นเบาะแสในการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ได้มากขึ้น
................
(หมายเหตุ : ปูพรมคุมพื้นที่เสี่ยงตัดวงจรอาชญากรรม : สายตรวจระวังภัย โดยปฏิญญา เอี่ยมตาล)



