คอลัมนิสต์

ไฟใต้ยังรอวันดับ

ไฟใต้ยังรอวันดับ

26 พ.ค. 2557

ไฟใต้ยังรอวันดับ : บทบรรณาธิการประจำวันที่26พ.ค.2557

             สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องล่าสุดถึงคิวป่วนจังหวัดปัตตานีเมื่อกลุ่มผู้ไม่หวังดีปูพรมวางระเบิดร้านอเนกประสงค์ ปั๊มน้ำมัน รวมถึงเสาไฟฟ้าข้างถนนกว่า 10 จุด อานุภาพของแรงระเบิดนอกจากจะสร้างความเสียหายให้เป้าหมายแล้ว ยังส่งผลให้ไฟฟ้าดับไปกว่าค่อนเมือง มิหนำซ้ำกลุ่มคนร้ายยังยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่โรงพัก รวมถึงเรือลาดตระเวนตามลำน้ำของทหารเรือได้รับความเสียหาย โดยเหตุการณ์เมื่อค่ำวันที่ 24 พฤษภาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บกว่าครึ่งร้อย ถือเป็นการท้าทายอำนาจรัฐช่วงประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตัดสินใจยึดอำนาจการปกครองประเทศ

             นับเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่ของจังหวัดปัตตานีก็ว่าได้หลังคนร้ายได้ออกปฏิบัติการคาร์บอมบ์และวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดยะลาเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้ร้านค้า บ้านเรือนประชาชนเสียหาย เช่นเดียวกับที่จังหวัดนราธิวาสและลุกลามไปถึงบางอำเภอที่เป็นรอยต่อของจังหวัดสงขลา ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ลักษณะเหตุการณ์ความรุนแรงยังคงเป็นรูปแบบการลอบทำร้าย ลอบยิง วางระเบิด และทำลายทรัพย์สินของประชาชนและสถานที่ราชการ รัฐบาลต้องทุ่มเทงบประมาณในการบูรณะ เยียวยา เหยื่อของความรุนแรงตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็นจำนวนไม่น้อย

              เป็นที่ทราบกันว่าขบวนการแบ่งแยกดินแดนในปัจจุบัน ใช้ปฏิบัติการทางสังคมจิตวิทยาปลุกกระแสความเข้าใจผิดเพื่อยั่วยุหวังผลให้มีการใช้ความรุนแรงเข้าปราบปราม ดังนั้นแนวทางในการดึงเอาประชาชนออกจากขบวนการแบ่งแยกดินแดนนั้นจะต้องยึดถือแนวทางสันติวิธี สมานฉันท์ การมีส่วนร่วม สิทธิมนุษยชน และความยุติธรรมเป็นหลัก โดยไม่ใช้การกดดันบีบบังคับด้วยกำลังหรือกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจเชื่อมั่นระหว่างกัน นอกเหนือจากความสูญเสียจะถูกชดเชยเยียวยาแล้ว คนที่ทำผิดก็ควรต้องพร้อมรับผิดตามกฎหมายบ้านเมือง จะทำให้ผู้สูญเสียก้าวพ้นอดีต ความขมขื่น และความเกลียดชัง นำไปสู่หนทางของการให้อภัยก็จะนำมาสู่การยุติปัญหาความรุนแรงขึ้นได้

             แม้ขณะนี้บ้านเมืองเราโดยเฉพาะส่วนกลางยังคงเกิดความวุ่นวายจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็ตาม แต่ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ต้องดำเนินมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการประกอบอาชีพ การดำรงชีวิตอย่างปกติสุขด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนรวมถึงชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันเฝ้าระวังและป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ในทุกๆ ด้านกลับคืนมา รวมทั้งการฟื้นฟูจิตใจและความบอบช้ำของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น