
หยุดรุนแรงหันหน้าสร้างชาติ
หยุดรุนแรงหันหน้าสร้างชาติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่25พ.ค.2557
การตัดสินใจประกาศยึดอำนาจการปกครองประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ภายใต้ชื่อ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ส่งผลให้ทั่วโลกจับตาการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศว่าจะออกมาเป็นรูปแบบไหน หลังจากปัญหาคาราคาซังมานานร่วม 8 เดือน จากการจัดชุมนุมของคนไทยกลุ่มใหญ่ ที่เรียกตัวเองว่า กปปส. ออกมาแสดงความไม่พอใจการบริหารประเทศที่เต็มไปด้วยวาระซ่อนเร้นเพิ่มลำดับเป็นการขับไล่รัฐบาล และล้มระบอบทักษิณ ที่กัดเซาะทุกองคาพยพจนทำให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่ว ท่ามกลางการต่อต้านจากกลุ่มคนอีกขั้วหนึ่งของสังคมที่อยู่ตรงข้าม โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนับสนุนเครือข่ายทักษิณ
เหตุผลหนึ่งที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติต้องยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการ เกิดจากสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตปริมณฑล และพื้นที่ต่างๆ ของประเทศในหลายพื้นที่ เป็นผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ และเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง และเหตุการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มขยายตัวจนอาจจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม จึงมีการควบคุมตัวบุคคลที่เป็นเงื่อนไขทางการเมือง รวมไปถึงแกนนำทั้งกลุ่ม กปปส.และคนเสื้อแดง อาจจะเป็นเรื่องของการจัดระเบียบความเรียบร้อยไม่ให้มีการนำไปกล่าวอ้างเพื่อให้เกิดการต่อต้านหรือสั่งการขยายความรุนแรงในพื้นที่ต่างๆ ให้เกิดความสูญเสียตามมา
แต่กระนั้นจากสายข่าวของทางกองทัพก็ยังสามารถบุกจับอาวุธเพื่อใช้เตรียมการในการก่อการร้ายของกลุ่มที่ไม่หวังดีบางกลุ่มได้เป็นระยะๆ ล่าสุด พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก แถลงจับกุมอาวุธสงครามได้ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าตรวจค้นโรงแรมชลพฤกษ์ ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบอุปกรณ์เตรียมก่อเหตุหลายรายการ ทั้งระเบิดถังแก๊ส และของกลางอีกหลายรายการ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 21 คน เป็นผู้ต้องหาที่มีจำนวนมากกว่าทุกครั้ง โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับคำสั่งจากแกนนำ นปช.ให้รวมจัดตั้งเป็นขอนแก่นโมเดล ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเต็มที่ในระหว่างการประกาศกฎอัยการศึก
การแสดงความไม่พอใจต่อการยึดอำนาจของกองทัพอย่างสงบโดยปราศจากอาวุธและเคารพสิทธิของผู้อื่น ถือเป็นสิ่งที่กระทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีบางกลุ่มแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ แต่การก่อเหตุความรุนแรงด้วยอาวุธสงครามคุกคามไปยังเป้าหมายหวังข่มขู่และสร้างเหตุร้ายเจตนาเล็งเห็นผลต่อชีวิตและทรัพย์สิน เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไม่เคยจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้แม้แต่รายเดียว การปล่อยปละละเลยยังส่งผลถึงความสงบสุขโดยรวมของสังคม เพราะคนร้ายก่อเหตุได้โดยง่ายและไม่ถูกติดตามจับกุมดำเนินคดี เมื่อ คสช.แสดงเจตจำนงที่จะเข้ามาหาทางออกให้ประเทศครั้งนี้ ก็อยากให้นำพาประเทศชาติไปสู่สันติสุขโดยเร็ว โดยเฉพาะความรักสามัคคีของคนในชาติ รวมถึงการระดมสมองทุกภาคส่วนผลักดันการปฏิรูปประเทศในทุกด้าน เพื่อขับเคลื่อนไปข้างหน้าเพื่อให้เกิดการยอมรับของสังคมโลก



