
บุคลิกภาพด้านมืดของตำรวจ
บุคลิกภาพด้านมืดของตำรวจ : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
บรรยากาศในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญที่นำไปสู่ประสิทธิภาพในการทำงาน ตำรวจเป็นกลุ่มบุคคลที่มีหน้าที่ในการทำให้คนในสังคมรู้สึกว่า...ได้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างผาสุก มั่นคงปลอดภัย ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ ไม่หวั่นไหววิตกกังวลหรือกลัวจะได้รับอันตรายจากภัยรอบตัว
“ผมมองดูเจ้าหน้าที่แผนกวินัยคนนี้ด้วยสัมปชัญญะเต็มที่ ที่จริงผมก็อาจเผชิญกับเขาด้วยความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น อยากจะบอกว่าเพื่อนตำรวจของผมถูกดูหมิ่นด้วยถ้อยคำอันหยาบคาย อย่างเหลือเชื่อสุดพรรณนา จนในที่สุดเขาก็ลืมตัวไป ผมอยากจะบอกเขาว่า คนทุกคนต้องมีขีดจำกัดของความอดทน ตำรวจก็เช่นกัน เพราะตำรวจก็เป็นคน..." ดอกเตอร์เคอร์แคมผู้ช่วยศาสตราจารย์สาขาวิชาอาชญาวิทยาระบายความรู้สึก ภายหลังจากที่เขาถูกท้าทายจากนักศึกษาซึ่งเป็นตำรวจให้ก้าวเข้าสู่โลกของตำรวจ ก่อนที่จะสรุปว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการกระทำของตำรวจ
ย้อนไปในวันนั้น แฟรงค์ คาแกน ตำรวจอเมริกันผิวสีลูกศิษย์ผู้เรียนดีกล่าวแก่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ว่า “ผมศึกษาอย่างหนัก และที่สำคัญผมเรียนรู้ที่จะเล่นตามกติกาของที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้เช่นเดียวกับคนอื่น แต่ในส่วนลึกแล้ว ผมรู้ดีว่ามันเป็นการเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ ทุกสิ่งที่นี่ ไม่ว่าอาจารย์ หนังสือที่เราอ่าน หรือคำบรรยายที่คุณและพวกศาสตราจารย์ของคุณพูดนั้น ฟังดูมันเป็นนามธรรมสิ้นดี และที่ร้าย คือ มันไม่เป็นจริงแก่คนที่เคยเห็นอาชญากรรมอย่างที่มันเป็นอยู่จริงๆ เช่น ผมไม่สามารถนำวิชาที่เรียนไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในท้องที่ได้เลย”
ถึงแม้ว่าศาสตราจารย์จะให้เหตุผลว่า ความล้มเหลวในการทำความเข้าใจโลกของตำรวจจะมาจากเหล่าบรรดาตำรวจเอง โดยกล่าวว่า "คุณก็รู้ว่าทุกครั้งที่มีนักค้นคว้าวิจัยเข้าไปแถวสถานี ตำรวจทุกคนจะตัวแข็งทื่อไปหมด เราไม่สามารถจะหาตำรวจที่ไหนมาพูดกับเราได้ แม้แต่เวลาที่ต้องการก็ตามที”
“เพราะว่าพวกเรา (ตำรวจ) เอียนเต็มทีแล้วที่จะเป็นนักฟุตบอลตัวทดลองให้กับพวกโค้ชโง่ที่ไม่มีปัญญาทำอะไร นอกจากอัดเสียงสัมภาษณ์คนโน้นคนนี้ หรือไม่ก็ออกแบบสอบถามห่วยๆ มาให้เราตอบ แล้วก็ประกาศออกมาว่า เขาเพิ่งค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ในพฤติกรรมของตำรวจ นั่นหรือคือใบอนุญาตที่ทำให้เขานั่งทำงานสบายๆ อยู่บนโต๊ะ แล้วเที่ยววิพากษ์วิจารณ์ตำรวจ” ตำรวจผิวสีพรั่งพรูความอัดอั้นตันใจต่อการนำเสนอผลงานทางวิชาการที่เลื่อนลอยปราศจากการเข้าใจเข้าถึงบริบทการทำงานที่แท้จริงของตำรวจ
“ผมอยากจะให้ศาตราจารย์ทางอาชญาวิทยาลองไปเป็นตำรวจดูสักพัก ที่ว่าแน่ๆ ลองมาทำงานห่วยๆ อย่างพวกผมดูบ้าง ซึ่งเป็นคนที่พยายามจะพยุงทุกสิ่งทุกอย่างไว้ด้วยกันในบรรยากาศอันน่าล้มเหลว ผมก็สงสัยเหมือนกันว่า พวกคุณจะทำงานได้ดีกว่าพวกผมสักแค่ไหน”
คำท้าทายที่เปลี่ยนโลกของนักวิชาการให้เดินลงจากหอคอยงาช้างสู่ภาคพื้นดิน เพื่อพิสูจน์ข้อสมมุติฐานทางทฤษฎีที่ผ่านการศึกษาวิจัยและตนได้ใช้สอนตลอดมาที่ว่า "งานของตำรวจโดยทั่วไปมักดึงดูดคนประเภทที่มีความไม่มั่นคงในสังคม รู้สึกเกลียดสังคมและชอบอำนาจเผด็จการ ตำรวจแต่ละคนจึงชอบใช้อำนาจตามหน้าที่และเครื่องแบบที่คุ้มครองเขาอยู่นั้นไปในทางที่ชดเชยปมด้อย ทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อนโดยไม่จำเป็น และคนที่เดือดร้อนส่วนใหญ่ก็คือ คนจนและคนที่สังคมเหยียบย่ำอยู่แล้ว ศาสตราจารย์ธอร์นตัน (เจ้าของแนวคิด) เชื่อว่า วิธีแก้ปัญหานี้อยู่ที่วิธีการคัดเลือกคนที่จะเข้ามาเป็นตำรวจเพื่อที่จะสร้างกองกำลังของตำรวจจากบุคคลที่เลือกสรรแล้วว่า มีความหนักแน่นทางจิตใจสูง มีการศึกษาดีเยี่ยม เป็นสมาชิกของสังคมที่ดีและได้รับการยกย่องนับถืออยู่แล้ว จุดมุ่งหมายของคนพวกนี้จะต้องมุ่งไปสู่การช่วยเหลือคุ้มกันประชาชน เขาจะต้องเป็นคนที่ไม่ต้องการอำนาจที่มาจากกระบองและปืน ท่านเชื่อว่าถ้าเรามีกำลังตำรวจในอุดมคติแบบนี้ได้ทั่วประเทศ (สหรัฐอเมริกา) เมื่อไหร่ น่าเชื่อว่าปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับตำรวจทั้งปวงจะเหือดแห้งไปเอง...บุคลิกภาพของตำรวจจากผลการวิจัยพบว่า มีลักษณะที่ชอบเป็นศัตรูกับคนอื่น ชอบอำนาจ เผด็จการ ขี้ระแวงสงสัย มองโลกในแง่ร้าย อนุรักษนิยม ไม่เที่ยงธรรม และอคติ” ก่อนที่ศาสตราจารย์จะกล่าวถึงลักษณะร้ายๆ ที่เรียกว่าบุคลิกภาพตำรวจต่อไปนั้น นักศึกษาตำรวจผิวสียกมือขึ้นพร้อมกล่าว
“ผมคิดว่าสิ่งที่อาจารย์เรียกว่าบุคลิกภาพของตำรวจนั้น เพื่อให้ตรงกับความเป็นจริงที่มันปรากฏอยู่ เราจะต้องอธิบายมันด้วยลักษณะและวิธีการที่งานของตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็กำลังจะพูดว่า ใครก็ตามที่เข้าไปเป็นตำรวจแล้วจะกลับกลายโดยอัตโนมัติไปยึดเอาพฤติกรรมบุคลิกเชิงลบต่างๆ โดยไม่คำนึงว่าก่อนหน้านั้น เขาอาจจะเป็นคนที่มีพื้นฐานความคิดมั่นคง มีการศึกษาดี ใช่หรือไม่?”
“ใช่ครับ! ผมเชื่อเช่นนั้น โดยเฉพาะถ้าอาจารย์ลองจัดให้เขาเข้าไปทำงานในท้องที่แย่ๆ เช่น พื้นที่ที่มีอาชญากรรมสูง นานพอ ก็อาจเสียคนเหมือนกัน”
ภายหลังจากการได้ก้าวเข้าสู่โลกของตำรวจอย่างแท้จริง ส่งผลให้ศาสตราจารย์เคอร์แคมมีมุมมองต่อตำรวจเปลี่ยนไป โดยเห็นว่า "ตำรวจมหัศจรรย์ (Super Cops) ไม่มีในโลกนี้ ตำรวจก็คือคนธรรมดาเหมือนเราท่าน เป็นมนุษย์ปุถุชนไม่ได้วิเศษมาจากไหน” ดังนั้น การคาดหวังให้ตำรวจต้องอดทนกับสิ่งที่เหลือทน มันอาจจะเป็นแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ หลอกตนเองไปวันๆ!!



