
เลือกที่จะ"ยุบ"
สถานการณ์การเมืองครม.มาร์ค คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเข้าช่วงพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก และส่อแววดวงตกและดวงแตกในไม่ช้า
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ตอกย้ำกับทฤษฎีทางโหราศาสตร์ คือ 6 เดือนที่ผ่านมา โพลล์สำรวจความเห็นประชาชนให้คะแนนรัฐบาลโอบามาร์คสอบตก
การทำงานแบบสะเปะสะปะของเสนาบดีจากหลากพรรคร่วมรัฐบาล แถมยังมีรายการฟัดกันเองปูดออกมาเสมอๆ
มันเป็นการตอกย้ำความไม่เอาไหนและไร้กึ๋นในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลมือสมัครเล่น
เห็นง่ายๆ กับการแก้ปัญหาการยุติการเดินรถไฟชั่วคราวนั่นปะไร ที่กว่าจะแก้ไขได้ก็ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนถ้วนหน้า
หรือแม้แต่ไฟใต้ที่ยังลุกลามอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็ยังไม่มีท่าทีว่า พรรคสะตอจะลงไปบำรุงขวัญและกำลังใจชาวบ้าน
ยิ่งมาเจอกับความขัดแย้งระหว่างสภาสูง-สภาผู้แทนฯ ในกฎหมายสำคัญ
กฎหมายภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่โดนส.ว.ตีตกไป ส่วนกฎหมายกู้เงิน 8 แสนล้านบาท ก็ผ่านความเห็นแบบจวนเจียน
ผนวกกับกระแสข่าวการกระหายผลประโยชน์จากเมกะโปรเจกท์รวม
กระทั่งปมแก้รัฐธรรมนูญเพื่อปลดล็อกตัวเองของคนการเมืองที่เห็นแก่ตัวมากกว่าส่วนรวม
ทั้งหมดนี้ คือสาเหตุการดำดิ่งปักหัวลงอย่างต่อเนื่อง
นักโทษการเมืองบ้านเลขที่ 111 และ 109 ที่รวมตัวก่อหวอด ได้ส่งสัญญาณไปยังพรรคสะตอว่า ความไม่พอใจอะไรบางอย่างนั้นกำลังพอกพูนและต้องการการเอาใจโดยด่วน
ขณะที่ศรัทธาของนายใหญ่กลับผงาดและยังครองใจคนรากหญ้าในภาคเหนือและอีสานอย่างไม่เสื่อมคลาย
ว่ากันว่า ภาพด้านลบในหลากคดีความและความวุ่นวายในบ้านเมืองที่คนเสื้อแดงและคนหน้าเหลี่ยมกระทำไว้ในช่วงสงกรานต์เลือดกำลังจะจางหาย
ชาวบ้านกำลังโมโหกับการบริหารบ้านเมืองของครม. ที่แย่งกัน "เขมือบงบ" มากกว่า ขยันทำงาน
หากเหตุการณ์ยังดำเนินแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่า เสียงเพรียกหา ”ทักษิณ” จะกระหึ่มเมืองและกลบชื่อนายกฯคนปัจจุบันให้หายไปในบัดดล
ทีมกุนซือของอภิสิทธิ์ น่าจะยกเครื่องการทำงานใหม่ทั้งกระบิ และควรศึกษาแนวทางการบริหารบ้านเมืองของผู้นำชาติอื่นๆ ที่เข้ารับตำแหน่งในช่วงใกล้เคียงกันบ้าง หากยังไม่อยากอำลาตึกไทยคู่ฟ้าก่อนเวลาอันควร
สภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่มีแววว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้อย่างไร เพราะรัฐบาลก็ไร้แผนการกระตุ้นนอกจากการ “ตีเช็คเปล่า” ไว้ล่วงหน้า
แต่ข่าวอีกกระแสที่ไม่อาจเมินไปได้ บางทีในช่วงปลายปีนี้-ต้นปีหน้า พรรคสะตออาจชิงประกาศยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน
ข่าวนี้ใช่ว่าจะเลื่อนลอย เพราะ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ ก็เคยยอมรับไว้กับสื่อญี่ปุ่นไปแล้ว
ชิง "ยุบสภา" ในเกมที่เลือกได้ ...ย่อมดีกว่า "ยุบสภา" ในเกมที่ถูกคนอื่น "กำหนด"
สมัชชา หุ่นสาระแทน



