คอลัมนิสต์

ทำชั่วแล้วรวยเร็วหรือ

ทำชั่วแล้วรวยเร็วหรือ

27 มิ.ย. 2552

กลุ่มก๊วนการเมืองเสื้อแดงทั้งในและนอกสภามองเห็นโอกาสเตะตัดขา ขัดขวางรัฐบาลเด็กมาร์ค หวังใช้ทุกวิถีทางเพื่อสร้างความปั่นป่วนในบ้านเมือง ให้ชาวบ้านเห็นความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาและวิกฤติต่างๆ ซึ่งทำท่าจะซึมลึก

การทำลายความเชื่อมั่น ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล ด้วยการเปิดโปงพฤติกรรมไม่โปร่งใส ไม่สุจริต ย่อมเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน เหมือนกันในทุกประเทศ แต่ต้องมีเส้นแบ่งเช่นกัน คือห้ามเล่นวิธีสกปรก ซกมก ต่ำช้าสามานย์

 เล่นการเมืองโดยไม่คำนึงถึงกฎ กติกา หรือเห็นแก่ชาติบ้านเมือง มุ่งเอาแต่ชนะ ไม่คำนึงถึงความเสียหายต่อโครงสร้าง ความมั่นคง คือพวกเห็นแก่ตัว

 ยิ่งถ้าเป็นการมุ่งล้มรัฐบาลเพื่อช่วงชิงการกุมอำนาจเพื่อเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ก็ไม่ต่างจากโจรสุมหัววางแผนปล้นสะดม

 กลุ่มคนเสื้อแดงมีแหล่งน้ำเลี้ยงจากกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ และผู้หวังผลประโยชน์ ได้ลงขันบางช่วงเพื่อสนับสนุนการชุมนุม อ้างว่าเป็นการยกระดับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ยอมรับว่าแกนนำร่ำรวยกว่าเดิมหลังจากงานใหญ่

 “จัดม็อบแล้วรวย” จึงเป็นเส้นทางสร้างฐานะ หลอกเอาคนบ้องตื้นมาร่วมกับพวกแสวงผลประโยชน์ แต่อ้างความหวังดีต่อชาติเพื่อบรรลุเป้าหมาย

 กลุ่มหน้าเดิมเสื้อแดงเคยคิดเปลี่ยนเพลงชาติ จากนั้นเหิมเกริมคิดเปลี่ยนชื่อประเทศไปเป็นสยาม และเปลี่ยนวันชาติจาก 5 ธันวาคม เป็น 24 มิถุนายน

 ทำกิจกรรมอะไรก็ได้ ให้เป็นข่าวเข้าหู เข้าตาชาวบ้าน สร้างความต่อเนื่อง!

 ดังนั้น นอกจากภารกิจต้องกอบกู้เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ฟื้นฟูเสถียรภาพของประเทศแล้ว รัฐบาลเด็กมาร์คยังมีมารผจญในรูปแบบของกลุ่มเสื้อแดง มีแกนนำหวังสร้างความร่ำรวย ถ้าล้มได้สำเร็จ เหมือนการเปิดขุมทรัพย์

 นอกจากคนโฟนอินหนีคุกมีโอกาสรอดจากคดีอาญา ยังหาจังหวะเพื่อกุมอำนาจรัฐ ล้างแค้นศัตรูเก่าทุกระดับ เอาทรัพย์สินแผ่นดินมาเซ็งลี้รอบใหม่

 “แผนตากสิน 2” หรือถ้าจะเรียกให้ถูก ก็คือ “แผนร้ายทักษิณ 2” นั่นเอง จะรุนแรงหรือถึงขั้นเผาบ้านเผาเมือง ปลุกปั่นยุยงให้มวลชนก่อการจลาจล หวังล้มรัฐบาล ต้องรอดูผลจากการชุมนุมวันที่ 27 ซึ่งคาดว่าน้ำเลี้ยงจะไหลพอสมควร

 แกนนำหัวกลมกะโหลกหนาปฏิเสธว่า “แผนทักษิณ 2” ไม่มีจริง เป็นแผนปล่อยข่าวจากผู้หวังร้ายต่อกลุ่มคนเสื้อแดง การชุมนุมวันที่ 27 เป็นไปแบบธรรมดา ไม่มีแผนล้ำลึกอะไร จะเป็นจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอารมณ์และจำนวนคน

 ถ้ามีแผนทำชั่วร้ายในบ้านเมือง ใครก็ต้องไม่ยอมรับว่ามีจริง !

 ที่เห็นชัดก็คือความคึกรอบใหม่ของนักโฟนอิน หลังจากการพ่นพิษใส่ร้ายแผ่นดินเกิดช่วงก่อนเลือกตั้งซ่อมสกลนครนั้น ยังมีชุมชนบ้องตื้นออกอาการหลงใหลได้ปลื้ม หวังได้รับประโยชน์จากโครงการลดแลกแจกแถมสารพัดเหมือนก่อน
 การจัดชุมนุมเป็นโอกาสเดียวสำหรับนักโฟนอินจะสื่อสารกับมวลชน ออดอ้อนให้ช่วยพากลับบ้าน เหมือนเด็กหลงในงานวัดและผู้ปกครองไม่ได้เขียนชื่อ บ้านเลขที่ เบอร์โทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อ เผื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตามหา

 การโฟนอินเป็นการคลายความเหงาเศร้าซึม วันก่อนโอดครวญว่าขอให้ชาวบ้านช่วยพากลับบ้าน ไม่อยากตายกลางทะเลทราย ในสภาพเซ็กสเริ่มเสื่อม

 หลังจากมวลชนเสื้อแดงเปิดสถานีทีวีรอบใหม่ ไม่ได้สร้างความฮือฮาตามที่หวัง แม้จะประโคมข่าวให้ฮือฮาก่อนหน้านี้ การออกสื่อสิ่งพิมพ์เป็นเพียงมหกรรมใช้เงินไร้ผลตอบแทน การลงทุนในสิ่งพิมพ์ไร้คุณภาพ เพียงแต่เอามัน ฉีกแบงก์ทิ้งยังเจ๊งช้ากว่าการออกหนังสือพิมพ์ เรื่องแบบนี้มีคนล่มจมโฉนดหลุดมาเยอะแล้ว

 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเด็กมาร์คและหน่วยงานความมั่นคงยังต้องให้ราคา เต้นไปตามคำประกาศบ้าง ถ้าเพิกเฉย ประมาทอาจสร้างความวิบัติเหมือนการปิดล้อมกระทรวงมหาดไทย ไล่ฆ่าเด็กมาร์ค หรือจลาจลเผาบ้านเผาเมือง

 นั่นเป็นพฤติกรรมนอกกฎหมาย ทุกวันนี้ยังไม่มีใครโดนฟ้องติดคุก !

 เป็นความพิสดารของกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นและขั้นกลาง เมื่อคนหนีการจับกุมสามารถเรียกร้องสิทธิขอให้สอบพยานเพิ่มเติมซ้ำซาก กะว่าจะสอบประชาชนทุกคนในประเทศไทย ยาวนานตราบชั่วฟ้าดินสลายนั่นเลย

 ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากร กล่าวร้ายต่อสถาบัน หนีหมายจับ บ่อนทำลายชาติ กลับได้รับสิทธิมากกว่าผู้ร้ายธรรมดา หรือคนทำผิดกฎจราจร

 การชุมนุมเป็นหนทางสร้างรายได้ให้แกนนำ แต่เป็นความสูญเสียทรัพยากรบุคคล เจ้าหน้าที่ต้องเหนื่อยยาก ชาวบ้านมีปัญหารถติด เผชิญความเครียด การเดินทางเสียเวลา คนทำมาหากินไม่รู้ว่าอนาคตบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร

 เรามีคนอ้างว่าเป็นนักการเมือง นักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย และนักอะไรสารพัด แต่ดูพฤติกรรมแล้ว เห็นชัดว่าไม่ได้หวังดีต่อบ้านเมืองแน่นอน

 เราเข้าสู่ยุคใหม่ จากโกงทั้งโคตร มาเป็นชั่วทั้งโคตรงั้นหรือนิ! อิอิอิ!!!