
ระวังภัยร้ายต่อบ้านเมือง
กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงประกาศชุมนุมกันอีกครั้งในวันนี้ คือ วันเสาร์ 27 มิถุนายน และวัตถุประสงค์หลักคือต่อต้านรัฐบาลและต้องการให้นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พ้นจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ หรือการสับเปลี่ยนข
การชุมนุมทุกครั้ง เป็นการไม่หวังดีต่อรัฐบาล หรือความสงบสุขในบ้านเมือง เพราะประชาชนยังจำได้ดีว่ากลุ่มคนเสื้อแดงกับการใช้ความรุนแรงนั้นมักจะเกี่ยวเนื่องกันโดยตลอด เช่นการชุมนุมปิดล้อมหน้าบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ การยกกำลังไล่ทำร้ายกลุ่มพันธมิตรเสื้อเหลือง การรุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร การบุกรุกสถานที่ราชการ ใช้ความรุนแรงล้มงานประชุมผู้นำอาเซียนในพัทยา และก่อการจลาจล เผาบ้าน เผาเมือง ฆ่าคน ช่วงการชุมนุมยืดเยื้อถึงวันสงกรานต์ สร้างความวิบัติต่อบ้านเมืองจนยากที่จะประเมินได้ โดยผู้อยู่เบื้องหลัง ยุยงปลุกปั่นกลุ่มคนเสื้อแดงคือเครือข่ายของคนหนีโทษจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ทุกวันนี้บุคคลนี้ยังไม่ลดละเลิกความพยายามในการปลุกระดมประชาชนให้ทำร้ายประเทศไทยด้วยการใช้คำพูด สื่อสารผ่านโทรศัพท์และสื่ออื่นๆ โดยไม่คำนึงว่าแผ่นดินเกิดจะต้องประสบกับวิกฤติอย่างไร เพียงเพราะความอยากหวนคืนสู่ตำแหน่งยังไม่สิ้นสุด ทั้งๆ ที่ถูกตราบาปประทับในข้อหาน่าละอาย และมีคดีอาญาค้างอยู่อีก นั่นเป็นเพราะความเหิมเกริมไม่ถูกจัดการโดยกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม เพราะผู้มีหน้าที่บางระดับเพิกเฉย ละเลยต่อความรับผิดชอบ
การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้จะสร้างความเสียหายต่อบ้านเมือง เป็นภัยต่อความมั่นคงโดยพฤติกรรมและกิจกรรมต่อเนื่องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าร่วม และความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการใช้กฎหมายรักษาความสงบ และดำเนินคดีที่ยังค้างคาอยู่โดยพลัน เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกต่อประชาชนว่ากลุ่มคนเสื้อแดงนั้นมีเส้นสาย เครือข่าย จากบางกลุ่มคนในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นและขั้นกลาง
ขณะเดียวกัน ความเหิมเกริมของกลุ่มคนเสื้อแดงต่อต้านรัฐบาลจะได้รับความเห็นใจ หากรัฐบาลยังขาดผลงานอย่างชัดเจน บริหารบ้านเมืองโดยการมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ หรือมัวแต่กระทำการอื่นใดซึ่งไม่สะท้อนความต้องการของประชาชน หรือขาดความเด็ดขาด กล้าหาญในการเผชิญปัญหา ส่อแววไม่สุจริต เพียงแต่หวังจะกุมอำนาจรัฐนานกว่าเดิม โดยไม่บรรเทาทุกข์ยาก ความเดือดร้อนของประชาชน โดยการวางแผน กำหนดโครงสร้างการฟื้นฟูบ้านเมืองให้คืนสู่ความมั่นคง และประโยชน์สุขของประชาชน
การเตรียมพร้อมรับมือการชุมนุมเป็นเพียงมาตรการหนึ่ง แต่จะให้การปลุกปั่นยุยุงโดยนักการเมืองมีคดีอาญาติดตัวไร้ผลก็ด้วยการพิสูจน์ให้เห็นความมีประสิทธิภาพ ความตั้งใจดีต่อบ้านเมือง และเร่งสร้างผลงานให้เห็นชัด เพื่อสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นของมวลชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะภาคธุรกิจ และมีความเด็ดขาดในการใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาความมั่นคงของสถาบันหลัก ซึ่งเป็นเป้าหมายของการล้มล้างมาโดยตลอด



