
'วุฒิสภา'ตั้ง'นายกฯเฉพาะกิจ'เกมวัดใจ'สุรชัย'
'วุฒิสภา'ตั้ง'นายกฯเฉพาะกิจ' เกมวัดใจ'สุรชัย' : ขยายปมร้อน โดยขนิษฐา เทพจร สำนักข่าวเนชั่น
ถ้อยแถลงของ “คณะทำงาน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาบ้านเมือง” วุฒิสภา ซึ่งนำโดย สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ถึงสูตรแก้ความขัดแย้งของชาติ ดูเหมือนจะทำให้ “แกนนำมวลมหาประชาชน” ผิดหวังไปตามๆ กัน เพราะวุฒิสภาเลือกที่จะยื้อเวลาการใช้อำนาจเพื่อสรรหา “นายกฯ คนกลาง” มาเป็นกุญแจปลดล็อกประตูแห่งความตีบตันของกระบวนการต่อสู้ ที่ กปปส.เผชิญอยู่
โดยต้องยอมรับว่า แถลงการณ์ฉบับนี้สร้างความไม่พอใจอย่างถึงที่สุดให้แก่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการ กปปส. เพราะเหมือนถูกหักหลังจากกลุ่มบุคคลที่เขาวางหมากให้เดินเกมในสภาสูง ในทันทีที่ทราบผลประชุมวุฒิสภานอกรอบ เขาได้ขึ้นเวทีปราศรัยหน้ารัฐสภา บอกถึงความเสียอารมณ์ว่า “เราได้ยินคำตอบแล้วว่า ต้องรอต่อไป ท่านประธานที่เคารพได้ยินว่าพูดได้อย่างไร เราก็ไม่อยากคุยกับคุณอีกต่อไปแล้ว ขอบคุณที่ช่วยแถลงให้ทราบว่า ในที่สุดคุณก็ยังเกรงใจคนมากเหลือเกิน”
แม้จะแสดงความไม่พอใจ และเปิดโอกาสให้แกนนำสาขาขึ้นเวทีปราศรัยว่ากล่าว “วุฒิสภา” อย่างไม่เกรงใจ แต่เป็นเพียงละครฉากหนึ่ง เพื่อตรึงและดึงใจมวลชนเอาไว้กับการต่อสู้ ส่วนฉากหลัง แกนนำ กปปส.ยังหวังพึ่ง “วุฒิสภา” ฐานะฝ่ายนิติบัญญัติเพียงหนึ่งเดียว ให้ใช้อำนาจตามกฎหมายปลดล็อกปัญหาที่เครือข่ายต้าน “เครือชินวัตร” ผูกปมไว้
เห็นได้ชัดจากคำประกาศก่อนประชุมร่วมกับแกนนำ กปปส.ต่างจังหวัด ณ ตึกสันติไมตรี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่เลื่อนวันดีเดย์ม้วนสุดท้ายเป็นวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ส่อชัดถึงความหวังที่ฝากไว้ ณ วุฒิสมาชิกสาย กปปส.ว่าจะปฏิบัติภารกิจกล่อมรัฐบาลรักษาการสละอำนาจปกครองที่ไม่เต็ม 100 ได้ ทั้งนี้อย่าลืมว่า ในวันนี้ “ว่าที่ประธานวุฒิสภา” ได้นัดเจรจากับ “นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล" รองนายกฯ ฐานะปฏิบัติหน้าที่นายกฯ รักษาการ โดยประเด็นสำคัญของการเจรจาถูกเผยออกมาจาก “พีระศักดิ์ พอจิต" ส.ว.อุตรดิตถ์ ว่าที่รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 คือ ขอให้รัฐบาลรักษาการลาออก
เพื่อให้เข้าสู่จังหวะต่อไป คือ วุฒิสภามีความชอบธรรมต่อการใช้อำนาจตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ อย่างอนุโลม ดำเนินกระบวนการสรรหานายกฯ คนกลาง ตามเป้าหมายของ กปปส. ต้องการ
และตามคำยืนยันของ “กุนซือนักกฎหมาย" ส.ว.เดชอุดม ไกรฤทธิ์” ที่ให้ไว้ต่อที่ประชุมกับตัวแทนฝ่ายมั่นคง-ส่วนราชการ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ตอนหนึ่งว่า "ถ้าพิจารณากฎหมายให้ดี หน้าที่ตรงนี้เป็นของวุฒิสภาอยู่แล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 132 ที่ว่า ระหว่างที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุด หรือถูกยุบ จะมีการประชุมวุฒิสภาไม่ได้ เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ (2) พิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งตำแหน่งนายกฯ ถือเป็นตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญนี้ ส่วนประเด็นว่า หากรองนายกฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ รักษาการไม่สามารถลงนามรับสนองพระบรมราชโองการได้ เราได้ร้องขอให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการเพื่อเป็นผู้รับผิดชอบ และประเด็นสำคัญกฎหมายได้เขียนไว้ชัดเจนว่า นายกฯ ประเทศไทยจะขาดเกิน 30 วันไม่ได้ ดังนั้นเมื่อพ้นมาแล้ว ส.ว.ก็มีหน้าที่ต้องทำภายในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ แต่อาจจะไม่รอนานขนาดนั้น เพราะมีประเด็นความขัดแย้งระหว่างคน 2 ขั้วที่ “นายกฯใหม่” ต้องเร่งบริหารจัดการ"
ดังนั้นห้วงเวลานับจากนี้ จนถึงวันที่ 26 พฤษภาคม ถือเป็นสัปดาห์วัดใจว่า “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” จะเป็นผู้นำที่กล้าหาญนำโจทย์ กปปส.ไปปฏิบัติจนสำเร็จหรือไม่ อย่างน้อยเมื่อมีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 132(2) เป็นหลักประกันความชอบธรรม คงไม่ต้องกลัวการเอาผิดฐานล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอีกต่อไป
..........................................
(หมายเหตุ : 'วุฒิสภา'ตั้ง'นายกฯเฉพาะกิจ' เกมวัดใจ'สุรชัย' : ขยายปมร้อน โดยขนิษฐา เทพจร สำนักข่าวเนชั่น)



