
ความรุนแรงแย้งที่วังสะพุง
ความรุนแรงแย้งที่วังสะพุง : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม 2557
เหตุการณ์ชายชุดดำจำนวนนับร้อยคนเข้าจับกุมและรุมทำร้ายชาวบ้านหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ที่จัดเวรยามเฝ้าระวังกำแพง ซึ่งพวกเขาก่อขึ้นเพื่อปิดกั้นทางเข้าออกของรถบรรทุกขนแร่ของบริษัทเอกชน ที่ได้รับสัมปทานทำเหมืองทองคำ เป็นเหตุให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหลายคน ขณะที่แกนนำถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส เมื่อช่วงดึกวันที่ 15 ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น ถือเป็นอีกกรณีตัวอย่างที่พึงพินิจพิจารณาในเรื่องของสิทธิชุมชนกับการให้ประทานบัตรเพื่อนำทรัพยากรทางธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ในทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของชุมชนที่พวกเขาอาจได้รับอันตราย
ในปี 2549 ภูทับฟ้าและภูซำป่าบอนที่เป็นต้นน้ำของลำห้วยเหล็ก ห้วยฮวย และห้วยผุก ถูกปรับเป็นเหมืองทองคำ มีโรงแต่งแร่บนยอดภูทับฟ้า เกิดเขื่อนเพื่อกักเก็บไซยาไนด์ ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในการแยกแร่ทองคำบนลำห้วยผุก ชาวบ้านเริ่มเกิดอาการเจ็บป่วย ขณะที่น้ำในลำห้วย 3 สาย น้ำประปา และน้ำบาดาล ปนเปื้อนสารพิษ และโลหะหนัก ในปี 2551 กรมควบคุมมลพิษได้ตรวจคุณภาพน้ำพบว่ามีสารหนูในห้วยเหล็ก แมงกานีสในห้วยผุก และแคดเมียมในระบบประปาและน้ำบาดาลในบ้านนาหนองบง ถัดมาอีกเพียงปีเดียว สาธารณสุขจังหวัดเลยสุ่มตรวจเลือดชาวบ้านในชุมชนรอบเหมืองทองคำ พบว่า ชาวบ้านมีไซยาไนด์ ปรอท และตะกั่วในเลือด บางรายมีไซยาไนด์เกินค่าปกติ ต่อมาในปี 2553 สาธารณสุขจังหวัดเลยตรวจเลือดชาวบ้านใน 6 หมู่บ้านรอบเหมืองพบว่า ในกรณีของไซยาไนด์ในจำนวนตัวอย่าง 725 ราย ที่ส่งตรวจ มีชาวบ้านที่มีไซยาไนด์ในเลือดเกินค่าปกติถึง 124 ราย ส่วนกรณีปรอท ในจำนวนตัวอย่าง 708 ราย มีสารปรอทเกินค่าปกติ 50 ราย
ต.เขาหลวง ดูเหมือนจะเป็นแหล่งเรียนรู้ และโมเดลการต่อสู้เพื่อพิทักษ์สิทธิชุมชนมานานหลายปีแล้ว หลังจากที่สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเริ่มถูกตีแผ่ออกสู่สังคม มีนักวิชาการ นิสิต นักศึกษา เขาไปในพื้นที่ ทั้งเพื่อศึกษาหาข้อมูลในทางวิชาการ ทั้งเพื่อร่วมต่อสู้เรียกร้องกับชาวบ้าน หากแต่ระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปีนี้เอง ข้อขัดแย้งที่ยังคงดำรงอยู่และเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับกลับไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลอย่างจริงจัง ปล่อยให้ชาวบ้านต่อสู้เพียงลำพัง ถึงขนาดที่พวกเขาถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งคนละนับสิบล้านบาท ขณะที่สภาพแวดล้อมในบริเวณนั้น ยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่ผลการตรวจเลือดของชาวบ้านพบว่า ปนเปื้อนสารพิษกันนับร้อยราย
ปัญหากระทบกระทั่งระหว่างเอกชนกับชาวชุมชน ไม่ได้มีแต่เพียงกรณีเหมืองทองคำที่วังสะพุงเท่านั้น หากแต่ในภาคอีสานยังมีสัมปทานทำแร่ใต้พื้นดินอีกจำนวนหลายแปลง กินอาณาบริเวณกว้างขวาง กระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ทำเกษตรกรรม ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลงและตามมาด้วยปัญหาสุขภาพ ทั้งหลายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความย่อหย่อนของภาครัฐที่ไม่เอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะจะว่าไปแล้ว ทุกวันนี้ ทั้งรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติ ก็กำหนดเรื่องสิทธิชุมชนเอาไว้ค่อนข้างรัดกุม ปัญหาจึงอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย ที่ชาวบ้านเองจำเป็นจะต้องพึ่งพิงศาลปกครองเพื่อยุติความขัดแย้งในพื้นที่ก่อนที่จะลุกลามบานปลาย เลือดตกยางออก



