คอลัมนิสต์

ถึงเวลาต้องเสียสละ

ถึงเวลาต้องเสียสละ

16 พ.ค. 2557

ถึงเวลาต้องเสียสละ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2557

           ร่างไร้วิญญาณของมวลชน 3 คนในหมู่ผู้ชุมนุม โดยการนำของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่จบชีวิตลงด้วยกระสุนปืนลึกลับ เมื่อเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แยกคอกวัว และถนนดินสอ เป็นอีก 3 ราย ที่ตอกย้ำความอำมหิตในจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างการชุมนุมรวมเป็น 25 ศพ นับเนื่องจากความสูญเสียครั้งแรกที่อุบัติขึ้นบริเวณสถานที่การชุมนุมภายในมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 นอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีกประมาณ 800 ราย ในจำนวนนี้ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีก 4 คน ด้วยกัน

           "หากสถานการณ์รุนแรงมากขึ้นจนมีแนวโน้มถึงขั้นจะเกิดจลาจล เพื่อความสงบเรียบร้อย กองทัพอาจมีความจำเป็นต้องใช้กำลังทหารเข้าคลี่คลายสถานการณ์ ในชั้นนั้นหากมีผู้หนึ่งผู้ใดหรือกลุ่มบุคคล หรือกองกำลังติดอาวุธ ตอบโต้กองทัพหรือทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์อีก บุคคลผู้นั้นหรือกลุ่มบุคคลนั้นจะต้องถูกเจ้าหน้าที่ใช้กำลังทางกฎหมายปราบปรามอย่างเด็ดขาด โดยผู้ที่กระทำความผิดดังกล่าวอาจจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ได้ เช่นกันกับกลุ่มบุคคลที่มีความคิดจะบุกรุกหรือปิดล้อมหน่วยทหาร ขอให้ยุติแนวคิด การกระทำดังกล่าวโดยทันที" คือแถลงการณ์ของทัพบก 1 ใน 7 ข้อที่เผยแพร่สู่สาธารณะในเวลาต่อมา โดยในแถลงการณ์ฉบับนี้อ้างอิงถึงเหตุการณ์สังหาร กปปส. 3ศพ ซึ่งเป็นปฐมเหตุที่มาของท่าทีอันแข็งกร้าวจากกองทัพ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก

           ในอีกด้านหนึ่ง นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา ยังคงดำเนินความพยายามในอันที่จะแสวงหาทางออกเพื่อยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับในท่วงทีสนับสนุนการปฏิรูปการเมืองโดยการจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้น โดยเมื่อวันก่อน ที่ประชุมวุฒิสภาร่วมกับ 12 องค์กร ได้แนวความเห็นและทิศทางการแก้ไขปัญหา แบ่งออกเป็น 2 ประเด็น คือ 1.ให้รัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบันลาออก เพื่อปลดล็อกปัญหาของการบริหารราชการ จากนั้นให้วุฒิสภาใช้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตราที่เกี่ยวข้องมาเทียบเคียงการสรรหา และนำเสนอรายชื่อนายกรัฐนตรี ตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญ และ 2.ให้รัฐบาลหารือร่วมกับวุฒิสภา หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องต่อการแก้ไขปัญหาทางการเมืองด้วยการมีรัฐบาลเฉพาะกาล พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนของเวลาในการแก้ไขปัญหา

           โดยภาพรวมของสถานการณ์ ณ วันที่ 15 พฤษภาคม พอสรุปได้ว่า ด้านหนึ่งนั้น กำลังพัฒนาไปสู่สงครามกลางเมืองอย่างที่กองทัพบก โดย พล.อ.ประยุทธ์แสดงความห่วงใย แต่ในฟากฝั่งของความพยายามหาทางออกด้วยการเจรจาก็รุดหน้าไปพอสมควรจนเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยการเสียสละของนักการเมืองฝ่ายที่ยังอยู่ในตำแหน่งทั้งที่ไม่ได้มีอำนาจในทางปฏิบัติอันใด แต่พวกเขาก็ยังคงยึดมั่นถือมั่นกับการเลือกตั้งที่เห็นว่า เป็นทางเดียวที่จะยุติปัญหาได้ ดังนั้นจากนี้ไปทุกชั่วโมงนาที นักการเมืองกลุ่มหนึ่งก็จะได้แสดงให้เห็นว่า พวกเขาหวงแหนประชาธิปไตย หรือว่า ปรารถนาชัยชนะแห่งพวกพ้อง อันหมายมั่นว่าจะนำพวกเขากลับสู่อำนาจอีกครั้ง