คอลัมนิสต์

'ตุลาการ'กับการแต่งตั้ง'นายกฯ'

'ตุลาการ'กับการแต่งตั้ง'นายกฯ'

14 พ.ค. 2557

'ตุลาการ' กับการแต่งตั้ง 'นายกฯ' : ขยายปมร้อน : โดย...อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

 
                          "ขอเรียกร้องประธานวุฒิสภา หารือกับประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการให้มี นายกฯ คนใหม่โดยทันที"
 
                          สิ้นสุดคำประกาศของ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการ กปปส. ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมากมาย พร้อมทั้งคำถามที่ว่าเรื่องเช่นว่าจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ และจะเกิดอะไรขึ้นหากดำเนินการได้
 
                          ถึงนาทีนี้ความเห็นเรื่องความจำเป็นต้องมี "นายกรัฐมนตรี" หรือไม่ ยังคงแตกเป็นสองฝ่าย โดยฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็น เพราะ "นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล" รองนายกฯ ยังปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ได้ ขณะที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลกลับบอกว่าจำเป็นต้องมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นนายกฯ ที่มาจากการแต่งตั้ง ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือที่เรียกกันง่ายๆ ในภาษาปากว่าเป็น นายกฯ ตามมาตรา 7 
 
                          แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทางการเมืองที่มีสองขั้วอย่างชัดเจน จึงอยู่ที่ว่าองค์กรศาลจะกระโดดเข้ามาร่วมวงหรือไม่
 
                          ถ้าไม่นับประธานวุฒิสภา ซึ่งเชื่อกันว่ามีความใกล้ชิดกับ กปปส.แล้ว ส่วนประกอบที่เหลือจะแบ่งได้เป็นสองส่วน 1.ฝ่ายตุลาการ ซึ่งประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา และ ประธานศาลปกครองสูงสุด ซึ่งฝ่ายนี้เป็นตุลาการจริงๆ และ 2.องค์กรอิสระ ที่ประกอบด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธาน กกต. โดยฝ่ายนี้ถือเป็นการใช้อำนาจตรวจสอบ แต่มิใช่อำนาจแบบตุลาการ
 
                          ในส่วนขององค์กรอิสระ ที่ผ่านมาถูกตั้งคำถามถึงท่าที โดยเฉพาะท่าทีที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล จึงมีแนวโน้มที่อาจจะทำตามข้อเสนอของ กปปส. แม้ว่าเลขาธิการ กกต.จะออกมาบอกในทำนองว่าไม่ควร แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าหากถึงเวลาจริงๆ แล้วจะไม่เข้าร่วม
 
                          ที่ต้องรอดูท่าทีคือ "องค์กรตุลาการ" ประธานศาลฎีกา ถือเป็นหนึ่งในสามประมุขของอำนาจอธิปไตย นาทีนี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ หรือประธานรัฐสภาไม่มีเพราะไม่สามารถเลือกตั้งได้ ส่วนประมุขฝ่ายบริหารอย่างนายกรัฐมนตรี ก็เหลือเพียงผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน 
 
                          ต้องไม่ลืมว่า "อำนาจตุลาการ" นั้นต้องเป็นอำนาจที่อย่างน้อยก็ต้องถูกเชื่อว่าปลอดการเมือง ต้องถูกเชื่อว่าไม่เลือกข้างหรือฝักใฝ่ขั้วใดขั้วหนึ่ง เพราะหน้าที่ของ "ตุลาการ" คือการพิจารณาอรรถคดีข้อพิพาท ทำให้เรื่องราวทุกอย่างจบลงตามกติกา ด้วยความเชื่อที่ว่า ศาล "ยุติธรรม" แต่หากเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งก็ย่อมจะสูญเสียความเชื่อมั่นนั้น เช่นเดียวกับที่องค์กรอิสระกำลังเสียไป
 
                          แต่ความเสียหายจะมากกว่านั้นหลายเท่านัก เพราะจะหมายถึงทั้งสังคมจะไม่เชื่อมั่นใน "ตุลาการ" ผู้รักษาความยุติธรรมและกฎหมาย ที่ผ่านมาแม้หลายองค์กรจะถูกตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือ แต่ฝ่ายตุลาการที่แท้จริงยังถูกเว้นเอาไว้ ด้วยความเชื่อที่ว่ายังเป็นกลาง
 
                          นอกจากนี้ ข้อเสนอของ กปปส. เรียกได้ว่าไม่มีกฎหมายใดรองรับ แม้แต่คนในศาลเองก็ทราบดี ซึ่งหากประมุขของศาลเข้าร่วมและเสนอชื่อ นายกรัฐมนตรี ตามที่ กปปส. ต้องการ ก็หมายความว่าศาลเลือกที่จะทำนอกเหนือกฎหมาย และต่อไปจะพิจารณาคดีภายใต้กฎหมายได้อย่างไร
 
                          จึงไม่แปลกหากประธานศาลฎีกาจะไม่เข้าร่วม รวมไปถึงศาลปกครองด้วย ! 
 
                          ที่เหลือจึงขึ้นอยู่กับ กปปส. ว่าจะหาแนวทางใดมาแต่งตั้ง "นายกรัฐมนตรี" ตามที่พวกเขาอยากได้ แต่เอาเข้าจริงแล้ว แม้จะตั้งได้ปัญหาก็ยังไม่จบเพราะไม่ใช่นายกฯ ที่มาจากประชาชน และคนที่เข้ามารับหน้าที่ต้องเผชิญแรงกดดันต่อต้านจากมวลชนอีกฝ่าย
 
 
 
 
-----------------------
 
('ตุลาการ' กับการแต่งตั้ง 'นายกฯ' : ขยายปมร้อน : โดย...อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)