
วิบากกรรม'ยิ่งลักษณ์'
วิบากกรรม'ยิ่งลักษณ์' : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง
รูดม่านเก็บฉากประวัติศาสตร์การเมืองไทย "บ๊ายบาย" นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ที่ชื่อ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยเสียง 9 ต่อ 0 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จนสิ้นสถานะความเป็นรัฐมนตรีไปพร้อมกับรัฐมนตรีอีก 9 คน ในคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ที่ไปร่วมลงมติย้าย "ถวิล เปลี่ยนศรี" ออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงห่งชาติ (สมช.) ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2554
มองกันว่า มติศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของข้าราชการไทยที่จะ "ฮึดสู้" มีภูมิคุ้มกันตัวเองหากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการโยกย้ายจากฝ่ายการเมือง แม้ว่าจะมีอำนาจในการโยกย้ายก็ตาม
แม้จะพ้นสภาพการเป็นนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่หนึ่งวันถัดมา 8 พฤษภาคม 2557 "ดาบที่สอง" ก็ตามมาติดๆ จากการบริหารโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ผิดพลาดจนเกิดความเสียหาย และในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) โดยตำแหน่ง ต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว จึงถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงมติชี้มูลความผิด ในส่วนของการถอดถอนด้วยเสียงเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 และส่งเรื่องดังกล่าวให้วุฒิสภาดำเนินการถอดถอนคุณยิ่งลักษณ์ตามกระบวนการ
หากว่าวุฒิสภามีมติให้ถอดถอน อนาคตทางการเมืองของคุณยิ่งลักษณ์ จะดับวูบทันที เพราะหากถูกถอดถอน จะส่งผลให้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองอีก 5 ปี และขาดคุณสมบัติในการสมัคร ส.ส. นั่นคือ ยิ่งลักษณ์ จะไม่สามารถกลับมาเล่นการเมือง หรือมาเป็นนายกฯ ได้อีกแล้ว
หากดูประวัติการทำหน้าที่ถอดถอนของวุฒิสภาที่ผ่านมา ไม่เคยถอดถอนใครสำเร็จ แต่หากดูจากคะแนนเลือกประธานวุฒิสภา เมื่อวันศุกร์ ที่ผ่านมา ที่ "สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย" ได้รับเลือกมาด้วยคะแนนสูงถึง 96 คะแนน ความเป็นไปได้ในการลงมติถอดถอน จะไม่ใช่ "ศูนย์" อีกต่อไปแล้ว
และทันทีที่ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ คุณยิ่งลักษณ์ก็แถลงอำลาตำแหน่งด้วยน้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อย ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ตลอด "2 ปี 9 เดือน 2 วัน" ที่เป็นนายกฯ ไม่เคยทุจริต ไม่เอื้อประโยชน์ให้ใครและไม่เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา
พลันที่สิ้นการแถลงอำลาก็บึ่งรถกลับบ้าน และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ปรากฏให้เห็นอีกเลย รวมทั้งช่องทางสื่อสารในโซเชียลมีเดีย ที่เคยอัพเดทแทบทุกวันก็นิ่งสนิท ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ทราบเพียงว่า อดีตนายกฯ หญิงนอกจากจะเก็บตัวเงียบแล้ว ยังเก็บกระเป๋าขึ้นไปใช้ชีวิตหลังหมดภาระการเป็นผู้นำประเทศและหลุดวงโคจรทางการเมือง ขณะนี้ ที่ "เชียงใหม่" บ้านเกิด พร้อมกับโอนทีม รปภ.ให้ย้ายไปดูแล "ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี" คือ "นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล"
แต่หากมองให้ถี่ถ้วนดีๆ แล้ว แม้ว่าคุณยิ่งลักษณ์จะไม่ต้องสวมหัวโขนเป็นนายกฯ แล้วก็ตาม นั่นก็ใช่ว่าจะกลับไปใช้ชีวิตนอกบ้าน พักผ่อนในสถานที่สาธารณะ จะเดินห้าง หรือช็อปปิ้งตามตลาด อาจจะทำไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะอย่าลืมว่า ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล โดยเฉพาะ "กลุ่ม กปปส." ที่อาจจะยังกระทำการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในรูปแบบต่างๆ เช่น เป่านกหวีดใส่ ให้เห็นต่อหน้าต่อตาอีก
และนอกจากจะต้องรอลุ้นมติถอดถอนจากวุฒิสภา เพื่อชี้ชะตาอนาคตทางการเมืองแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญคือ พิษสงจากโครงการรับจำนำข้าว ไม่ใช่ว่าจะหมดแค่มติ 7 ต่อ 0 แล้วจบกัน แต่ทว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะเดินหน้าไต่สวนต่อไป เพื่อปิดคดีแล้วส่งฟ้องเป็นคดีอาญาต่อไป ความผิดมีโทษจำคุก 1-10 ปี
ฉะนั้นเรียกได้ว่า ชีวิตของ "อดีตนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย" หลังจากนี้ ชิลไม่ได้และเบาใจไม่ได้ เพราะยังคงต้องเจอวิบากกรรมในกระบวนการยุติธรรม และวิบากกรรมจากฝ่ายต่อต้าน เช่นเดียวกับอดีตนายกฯ ผู้พี่ ที่ชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร"
........................................
(หมายเหตุ : วิบากกรรม'ยิ่งลักษณ์' : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง)



