คอลัมนิสต์

ต้องจบอย่างสันติ

ต้องจบอย่างสันติ

11 พ.ค. 2557

ต้องจบอย่างสันติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่11พ.ค.2557

               สถานการณ์การเมืองไทยร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จัดชุมนุมใหญ่เมื่อวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พร้อมเปิดยุทธศาสตร์ดาวกระจายนำมวลชนเคลื่อนขบวนแบ่งสายปักหลัก 7 จุดสำคัญใจกลางเมืองประกอบด้วย สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 5 7 9 11 ทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภา หลังคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงจากกรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ตามด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีมติ 7 ต่อ 0 จงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กรณีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว พร้อมส่งเรื่องให้วุฒิสภาถอดถอนต่อไป
 
               การปรับแผนชุมนุมให้เร็วขึ้นกว่าเดิมจากวันที่ 14 พฤษภาคม เพื่อเผด็จศึกระบอบทักษิณของ กปปส.ครั้งนี้ แม้จะสร้างความวุ่นวายให้หลายภาคส่วนในกรุงเทพมหานครก็ตาม แต่มวลชนทั้ง 7 กลุ่ม ไม่ได้มีพฤติกรรมที่บุกรุกเข้าไปยังอาคารภายในของสถานีโทรทัศน์ต่างๆ และยังไม่ได้มีการบังคับขู่เข็ญ ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้สิทธิของรัฐธรรมนูญ ยิ่งไปกว่านั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ยังเปิดช่องการบำเพ็ญเพียรครั้งนี้เพื่อเรียกร้องผู้ใหญ่ในบ้านเมืองอาทิ ประธานศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประธานวุฒิสภา หรือใครที่ต้องการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองขอให้มาคุยกัน หากภายใน 3 วัน ก่อนยื่นหนังสือเรียกร้องให้แก่รองประธานวุฒิสภา ซึ่งได้รับเลือกเป็นประธานสภาสูงในค่ำวันเดียวกัน
 
               จุดประสงค์ของมวลมหาประชาชนชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่าจะจัดการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งด้วยวิธีการรัฏฐาธิปัตย์สรรหานายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ โดยให้ประธานวุฒิสภาคนใหม่เปิดประชุม ส.ว.นัดพิเศษเพื่อหาทางออกประเทศ ซึ่งอาจจะร่วมกันทูลเกล้าฯ ถวายชื่อนายกรัฐมนตรีคนกลางที่ไม่ใช่คนของพรรคการเมือง มีความซื่อสัตย์สุจริตจงรักภักดีต่อแผ่นดิน มาดูแลแก้ไขปัญหาบ้านเมืองขับเคลื่อนประเทศชาติไปข้างหน้า หลังหยุดชะงักมากว่า 190 วัน ขณะที่ท่าทีของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งมีความไม่พอใจต่อองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่พวกเขามองว่าจ้องเล่นงานรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาตลอดได้ออกมาต่อต้านทำพิธีสาปแช่ง-เผาโลงศพ หุ่นจำลองที่มีรูปภาพหรือสัญลักษณ์สื่อถึงตุลาการ พร้อมทั้งนัดชุมนุมใหญ่บนนถนนอักษะวันเสาร์ 10 พฤษภาคม ผลักดันให้มีการเลือกตั้งแล้วค่อยปฏิรูป

               ดูเหมือนว่าแนวทางออกของประเทศจะมุ่งไปที่การใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 ซึ่งรัฐบาลจากพรรคเพื่อไทยคู่ขัดแย้งเองก็เคยพลิกลำให้การสนับสนุนเช่นกัน ข่าววงในสะพัดว่ามีการหารือลับนอกรอบของคู่ขัดแย้งในการหาตัวบุคคลเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศแต่ดูจะขัดใจกับวิถีทางของกลุ่มคนเสื้อแดง จนหลายฝ่ายเกรงจะเกิดการเผชิญหน้ากันขึ้นจากมือที่สามซึ่งไม่หวังดีจนเหตุการณ์บานปลายไม่สามารถคุมได้ หากประเทศไร้กฎระเบียบบ้านเมืองไร้ขื่อแปความวุ่นวายที่เกิดอาจไม่จบสิ้น จะยิ่งเป็นการทำร้ายประเทศอย่างร้ายแรงโดยเหยียบย่ำรัฐธรรมนูญซึ่งทุกฝ่ายต้องตระหนักให้ดี