คอลัมนิสต์

ข้อเสนอทางออก..ต้องคุยกันให้ยอมรับ

ข้อเสนอทางออก..ต้องคุยกันให้ยอมรับ

07 พ.ค. 2557

ข้อเสนอทางออก..ต้องคุยกันให้ยอมรับ : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

               10 ข้อเสนอทางออกประเทศของ "อภิสิทธ์ เวชชาชีวะ" นั้น เรียกได้ว่าไม่ได้เหนือไปกว่าความคาดหมาย แม้หลายคนจะพยายามตั้งความหวังว่าเขาอาจจะนำเสนอเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ และจะกลายเป็นทางออกของประเทศ

               แต่สุดท้าย "อภิสิทธิ์" ซึ่งถูกมองว่าเป็นเหรียญอีกด้านของ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ก็ยื่นข้อเสนอที่ไม่ต่างจาก กปปส. สรุปคร่าวๆ ได้ 3 หัวข้อใหญ่ 1.ให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีลาออก 2.ตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล และทำหน้าที่ในการปฏิรูป และ 3.เลื่อนวันเลือกตั้งออกไป สิ่งที่ดูจะต่างจาก กปปส. คือระยะเวลาที่สั้นลงเท่านั้น

               แน่นอนว่า พรรคเพื่อไทยรับข้อเสนอนี้ไม่ได้ เพราะสิ่งที่เพื่อไทยต้องการคือ การกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอน เนื่องจากใกล้ถึงวันที่องค์กรอิสระกำลังจะชี้ชะตาของนายกรัฐมนตรีว่าจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้หรือไม่

               เราจึงได้เห็นท่าทีของเพื่อไทยที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยจนถึงขั้นออกเป็นแถลงการณ์ และทวงถามถึงความเป็นไปได้ทางกฎหมาย โดยบอกว่าข้อเสนอนั้นเป็นข้อเสนอนอกรัฐธรรมนูญ

               นอกจากนี้ ยังมีการเสนอ 5 ทางออกประเทศ ประกบออกมา โดย "นพดล ปัทมะ" ซึ่งข้อเสนอประกอบด้วย 1.เดินหน้าเลือกตั้งโดยทุกพรรคลงสมัคร 2.ทุกพรรคเสนอแนวทางปฏิรูปให้ประชาชนพิจารณาก่อนเลือกตั้ง ซึ่งเสมือนการทำประชามติประเด็นปฏิรูปไปในตัว 3.หลังเลือกตั้งให้ออกกฎหมายมีสภาปฏิรูป 4.รัฐบาลใหม่เป็นรัฐบาลปฏิรูปอยู่ในวาระ 6-12 เดือน แล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่ และ 5.ถ้ามีการแก้ไข รัฐธรรมนูญหลายประเด็นให้ทำประชามติ

               ข้อเสนอที่ว่านี้ "นพดล" ยืนยันว่าเป็นไปตามกฎหมาย แต่นั่นก็หมายถึงว่าพรรคประชาธิปัตย์และ กปปส.จะไม่ยอมรับ ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งไม่ราบรื่นอยู่ดี

               ข้อเสนอทางออกนั้นจะเป็นทางออกก็ต่อเมื่อทั้งสองฝั่งยอมรับด้วยกัน ไม่ใช่ข้อเสนอทางออกที่แฝงวาระซ่อนเร้น

               ทีนี้เราลองมาดูข้อเสนอของคนกลางๆ ที่มองกันว่าไม่ได้เป็นคนของฝ่ายไหนอย่าง "โคทม อารียา" ผอ.ศูนย์สันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล เขาเสนอว่า ให้ตั้งคณะกรรมการร่วมพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยยกร่างข้อเสนอขึ้นมาก่อนโดยรับฟังข้อเสนอของหลายฝ่าย รวมทั้งเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป กปปส. และ นปช.พิจารณาด้วย และเมื่อได้ข้อเสนอในเรื่องอำนาจหน้าที่และที่มาของสภาปฏิรูปการเมืองแล้ว ก็ทำการลงประชามติ แบบไม่เป็นทางการควบคู่ไปกับการจัดการเลือกตั้ง

               "โคทม" ยังมองว่าข้อเสนอ นายกฯ คนกลางนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงแนะแนวทาง โดยอ้างว่าขณะนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เสียชีวิตลง ทำให้มีตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีว่างหนึ่งตำแหน่ง จึงเสนอให้นายกฯ ตั้งรองนายกฯ ขึ้นอีกคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ และนายกฯ ก็ลากิจยาว ให้รองนายกฯ ผู้นั้นทำหน้าที่ช่วงปฏิรูปแทน

               และตอนท้ายของข้อเสนอ "โคทม" บอกในสิ่งที่น่าจะทำให้เป็นไปได้มากที่สุดคือ "ขอให้กำลังใจคุณอภิสิทธิ์และคุณยิ่งลักษณ์ที่จะจัดให้มีการพูดคุยกับในระดับคณะกรรมการก่อน แล้วตามด้วยการตกลงกันในระดับพรรค ทั้งนี้ด้วยความเห็นชอบจากฝ่ายต่างๆ ซึ่งจะเอื้อต่อการเดินหน้าประเทศร่วมกันต่อไป"

               จากข้อเสนอของทั้งสามคน เราจะเห็นมุมมองในการแก้ปัญหา หาทางออกประเทศตามแบบที่ตัวเองอยากให้เป็น และจะเห็นว่าทางออกมีหลายทาง หากแต่ทางออกไหนที่ไม่ยึดหลักเกณฑ์ทางประชาธิปไตย หรือกฎกติกาก็ย่อมได้รับก้อนหินมากกว่าดอกไม้

               ปัจจัยสำคัญสำหรับการหาทางออกคือ การที่คู่ขัดแย้งมาคุยกัน และต้องยอมรับว่า ไม่มีใครจะได้อะไรหรือเสียอะไรทั้งหมด หากตกลงกันได้ ทางออกก็อยู่ไม่ไกล เพียงแต่ต้องรีบทำตั้งแต่วันนี้เท่านั้นเพราะเวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว

--------------

(หมายเหตุ : ข้อเสนอทางออก..ต้องคุยกันให้ยอมรับ : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)