คอลัมนิสต์

มาตรการรับมือภัยพิบัติ

มาตรการรับมือภัยพิบัติ

07 พ.ค. 2557

มาตรการรับมือภัยพิบัติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่7พ.ค.2557

              ประเทศไทยคงต้องหันมาให้ความสนใจต่อภัยพิบัติลักษณะต่างๆ อย่างจริงจังแล้ว หลังจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาเกิดภัยพิบัติที่ไม่เคยเกิดขึ้นบ่อยนัก ล่าสุดแผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย อยู่ในระดับ 6.3 ริกเตอร์ ถือว่าความรุนแรงในระดับปานกลางแต่ก็สร้างความเสียหายมากมาย มีคนตายและบาดเจ็บจำนวนไม่น้อย บ้านเรือน ถนนหนทางเสียหาย บางเส้นทางทรุดลึกกว่า 3 เมตร มีการตรวจสอบทั้งทางรถยนต์ รถไฟและสนามบินอย่างละเอียด อาคารสูง ตึกที่ปลูกสร้างมาเกินกว่า 10 ปี บางส่วนยังไม่สามารถเข้าไปใช้ได้ อาคารสนามบินมีรอยร้าวแต่ไม่มาก รันเวย์สนามบินเองเบื้องต้นยังไม่พบเห็นความเสียหายด้วยตาเปล่า แต่ต้องเร่งตรวจสอบพื้นดินว่าได้รับผลกระทบหรือไม่อย่างไร รับแรงกระแทกจากเครื่องบินขนาดใหญ่ได้หรือไม่ ภาคเหนือเกือบทั้งหมดที่ได้รับแรงสั่นไหวอาจต้องมีการตรวจสอบโครงสร้างทางวิศวกรรรมครั้งใหญ่เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

              ประเด็นหนึ่งที่น่าเป็นห่วงอยู่ในขณะนี้คือ ความเสียหายที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ก็ไม่ได้หมายความว่าอาคาร ตึก บ้านเรือนต่างๆ จะไม่ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะบ้าน อาคารสูงที่มีอายุเก่าแก่ อาจได้รับความเสียหายทางด้านโครงสร้าง เช่นปูน เหล็กที่ใช้เสริมคอนกรีตอาจจะชำรุดจากแรงสั่นสะเทือนและอาจพังลงมาได้ตลอดเวลา การตรวจสอบอย่างละเอียดจึงมีความสำคัญ แต่ในทางปฏิบัตินั้นจะดำเนินการอย่างไร ภาคเอกชนหรือองค์กรรัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องวางแผนรองรับให้ครอบคลุมหรือตรวจสอบอย่างละเอียด ที่สำคัญต้องมีเจ้าภาพรับผิดชอบ ภายใต้การดูแลของรัฐบาล ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะเอาจากส่วนไหน ด้านหนึ่งอย่าลืมว่า บ้านเรือน ตึกสูง ในภาคเหนือไม่น้อยที่ปลูกสร้างมานาน ยังไม่นับบรรดาคอนโดมิเนียม ที่เริ่มผุดขึ้นมากมายในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บางส่วนสร้างโดยรองรับแผ่นดินไหว บางแห่งไม่ให้ความสนใจความปลอดภัยด้านนี้

              นอกเหนือจากปัญหาด้านโครงสร้างแล้ว มาตรการรักษาความปลอดภัยหรือการวางแผนรับมือภัยพิบัติก็มีความสำคัญไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน บทเรียนจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2547 สะท้อนได้ดี ครั้งนั้นบ้านเราอาจจะยังไม่รู้จักคลื่นยักษ์ดังกล่าว แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องสร้างเครื่องมือหรือแผนงานรับมืออย่างจริงจังเช่นในปัจจุบัน เหตุแผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย ก็เช่นกัน ถึงแม้จะมีเรื่องเล่าเมื่อหลายร้อยปีก่อนว่า มีเหตุแผ่นดินสั่นไหวในภาคเหนือจนกลืนนครโยนกหายลงธรณี แต่นั่นก็ยังเป็นเพียงตำนานเล่าขาน เมื่อถึงยุคปัจจุบันนักวิชาการหลายคนก็ฟันธงว่า เหตุแผ่นดินไหวขนาดใหญ่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เนื่องจากประเทศไทยอยู่ใกล้วงแหวนแห่งไฟ พบรอยเลื่อนมีพลังกว่า 10 แห่งที่พาดผ่านด้านตะวันตกของประเทศ จึงประมาทไม่ได้และต้องทำให้เป็นวาระแห่งชาติด้วย รัฐบาลต้องวางแผนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่นอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐานเช่น ระบบการสื่อสารต่างๆ เพราะเรื่องแบบนี้มีชีวิตผู้คนมากมายเป็นเดิมพัน