
อย่าเชื่อพระปลอม'อ้างบุญ'เรี่ยไรเงิน
อย่าเชื่อพระปลอม'อ้างบุญ'เรี่ยไรเงิน : สายตรวจระวังภัย โดยกัมปนาท ละออง
ระยะนี้ทีมข่าวสายตรวจระวังภัยได้รับแจ้งเบาะแสกรณีบุคคลแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ รวมถึงบุคคลที่นุ่งขาวห่มขาวออกเรี่ยไรเงินตามสถานที่ต่างๆ บ่อยครั้ง ซึ่งไม่แน่ใจว่าบุคคลเหล่านั้นจะเป็นพระสงฆ์จริง หรือแม่ชีจริงหรือไม่ ขณะที่บางรายเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นพระจริงแต่มีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม บางรายนอกจากมีพฤติการณ์เรี่ยไรเงินแล้ว ยังมีพฤติการณ์นำเงินที่ได้ไปปล่อยเงินกู้
ที่ผ่านมาประชาชนที่พบเห็นพฤติการณ์ไม่พึงประสงค์ดังกล่าว มีการแจ้งความร้องทุกข์ให้ตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการกับบุคคลแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ และพระสงฆ์ที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมบ่อยครั้ง ซึ่งหลังตำรวจรับเรื่องมีการจับกุมได้บ้างไม่ได้บ้างคละเคล้ากันไป จึงยังคงทำให้บุคคลไม่พึงประสงค์เหล่านี้อาศัยผ้าเหลือง "อ้างบุญ" หลอกเรี่ยไรเงิน จากประชาชนผู้เลื่อมใสศาสนา ได้ไม่ขาดระยะ
ล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ พ.ต.อ.สมพร กฤษณะพิพัฒน์ ผกก.สน.อุดมสุข, พ.ต.ท.สมปอง สำราญใจ รองผกก.สส.สน.อุดมสุข, พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม สว.สส.สน.อุดมสุข พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน จับกุม นายสมปอง มะโนรัมย์ อายุ 48 ปี น.ส.แพงศรี มะยม อายุ 51 ปี นายสำเริง น้อยพันธุ์ดี อายุ 35 ปี นายกิตติชัย เครือศรี อายุ 23 ปี และเยาวชนอีก 2 ราย ได้พร้อมของกลาง ตู้รับบริจาค ระบุ สำนักสงฆ์เขาใหญ่ ภายในมีเงินสด 1,483 บาท บาตรพระ จำนวน 5 ใบ จีวร 4 ชุด หนังสือรับรองจากสำนักสงฆ์เขาใหญ่ ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี และเอกสารในการขอความร่วมมือจากสถานที่ต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง
ตำรวจสามารถจับกุมบุคคลแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ มีพฤติการณ์ออกเรี่ยไรเงินจากประชาชนที่ศรัทธาในพระศาสนา ได้ที่ตลาดราม 2 แขวงและเขตประเวศ กทม. ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนในย่านนั้นว่า สงสัยในพฤติการณ์ของพระสงฆ์ 4 รูป ที่เข้ามาเรี่ยไรเงินภายในตลาดดังกล่าว ตำรวจเข้าตรวจสอบ พบว่าชายทั้ง 4 คน คือ นายสำเริง นายกิตติชัย และ เยาวชนอีก 2 คน ไม่ใช่พระภิกษุสงฆ์จริง แต่ได้รับการว่าจ้างจากนายสมปอง และ น.ส.แพงศรี ให้แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ตระเวนเรี่ยไรเงินจากประชาชนเป็นประจำทุกวันแลกกับค่าจ้างวันละ 100 บาทต่อคน ซึ่งระหว่างตำรวจเข้าจับกุมบุคคลทั้ง 4 พยายามติดสินบนตำรวจจำนวน 5,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัวไม่ดำเนินคดี
หลังการจับกุมบุคคลทั้ง 4 คน ตำรวจได้ขยายผลเข้าจับกุมนายสมปองและ น.ส.แพงศรี เอาไว้ได้ โดยทั้งสองอ้างว่า ได้เรี่ยไรเงินจริงเพื่อเอาไปมอบให้แก่วัด โดยกล่องบริจาค และหนังสือรับรองตราประทับเป็นของสำนักสงฆ์เขาใหญ่จริง โดยเงินที่ได้จากการเรี่ยไรจะแบ่งเปอร์เซ็นต์กับกรรมการวัด แต่เมื่อตำรวจตรวจสอบกับทางสำนักสงฆ์เขาใหญ่ จ.กาญจนบุรี กลับพบว่าทางสำนักสงฆ์แห่งนี้ไม่ทราบเรื่อง และเจ้าอาวาสวัดยังป่วยด้วยโรคเบาหวานอยู่ระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ไม่รู้เห็นกับการเรี่ยไรเงินดังกล่าวแต่อย่างใด
ตำรวจจึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีบุคคลกลุ่มดังกล่าวใน 3 ข้อหา คือ ร่วมกันเรี่ยไรในถนนหรือทางสาธารณะ ด้วยการใช้เครื่องเปล่งเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต, แต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นพระภิกษุสามเณรโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อ และร่วมกันให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์แก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธาในพระศาสนา ต้องระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างการทำบุญเพื่อเรี่ยไรเงิน ซึ่งหากพบบุคคลใดมีพฤติการณ์ชวนสงสัยแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ออกเรี่ยไรเงินตามสถานที่ต่างๆ ให้แจ้งตำรวจตรวจสอบทันที หรือสามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่ทีมข่าวสายตรวจระวังภัย
...................
(หมายเหตุ : อย่าเชื่อพระปลอม'อ้างบุญ'เรี่ยไรเงิน : สายตรวจระวังภัย โดยกัมปนาท ละออง)



